ใจหายกันไปตามๆ กันสำหรับคอบอลยุค 2010s! เมื่อมิดฟิลด์หน้าหล่อชาวเวลส์อย่าง แอรอน แรมซี่ย์ อดีตห้องเครื่องคนสำคัญของ อาร์เซน่อล และ ยูเวนตุส ได้ออกมาตัดสินใจยุติเส้นทางพ่อค้าแข้งอย่างเป็นทางการในวัย 35 ปี ปิดฉากการโลดแล่นบนผืนหญ้าที่ยาวนานเกือบ 2 ทศวรรษลงเป็นที่เรียบร้อย
เจาะลึกเส้นทางลูกหนังก่อน แอรอน แรมซี่ย์ ประกาศแขวนสตั๊ด พร้อมข้อความอำลาสุดซึ้ง
ดาวเตะเจ้าของฉายา “แรมโบ้” เริ่มต้นแจ้งเกิดในฐานะวันเดอร์คิดกับสโมสร คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เมื่อปี 2006 ด้วยวัยเพียง 16 ปี ก่อนที่พรสวรรค์ของเขาจะไปเข้าตา อาร์แซน เวนเกอร์ จนถูกดึงตัวมาร่วมทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ในวัย 17 ปี และกลายเป็นกำลังหลักของทีมยาวนานกว่าทศวรรษ (ปี 2008-2019)
หลังจากหมดสัญญากับอาร์เซน่อล แรมซี่ย์ได้ออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ กับ ยูเวนตุส (2019-2022), นีซ (2022-2023), หวนกลับมาช่วยทีมรักอย่าง คาร์ดิฟฟ์ อีกครั้ง และล่าสุดไปทิ้งทวนอาชีพกับ ปูมาส ในลีกสูงสุดเม็กซิโก ซึ่งเขาลงเล่นแมตช์สุดท้ายไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา
สถิติระดับตำนานกับทีมชาติเวลส์ (ทัพมังกรแดง):
- ลงสนามรับใช้ชาติไปทั้งสิ้น 86 นัด
- ตะบันไป 12 ประตู
- คีย์แมนพาทีมลุยทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ 3 ครั้งรวด (ยูโร 2016, ยูโร 2020 และ ฟุตบอลโลก 2022)
ข้อความอำลาจากก้นบึ้งหัวใจของแรมซี่ย์:
“นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ผมได้ตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว การได้สวมเสื้อทีมชาติเวลส์คือเกียรติยศสูงสุดในชีวิตของผม ขอบคุณแฟนบอลที่อยู่เคียงข้างเราทั้งในยามสูงสุดและต่ำสุด เราผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน”
“ผมขอขอบคุณทุกสโมสรที่ผมมีโอกาสได้ลงเล่น ขอบคุณผู้จัดการทีมและทีมงานทุกคนที่ช่วยให้ผมได้ใช้ชีวิตตามความฝัน และที่ขาดไม่ได้คือภรรยา ลูกๆ และครอบครัวของผม หากไม่มีพวกคุณ สิ่งเหล่านี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย”
มุมมอง CLUBUFA: การประกาศแขวนสตั๊ดของแรมซี่ย์ถือเป็นการปิดฉากอีกหนึ่งไอคอนของพรีเมียร์ลีกยุคโมเดิร์นครับ ภาพจำที่เขาสอดขึ้นไปทำประตูชัยในนัดชิงเอฟเอ คัพ ให้กับอาร์เซน่อลยังคงตราตรึงใจแฟนบอลเสมอ แม้ในช่วงหลังอาการบาดเจ็บจะพรากความต่อเนื่องและฟอร์มเก่งของเขาไปบ้าง แต่คลาสบอลและเซนส์การสอดทะลุทะลวงเข้ากรอบเขตโทษของมิดฟิลด์รายนี้ จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดที่ทีมชาติเวลส์เคยมีมาอย่างแน่นอน ขอให้โชคดีกับเส้นทางบทใหม่ครับแรมโบ้!
