การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้กลับมาเดือดระอุอีกครั้ง! หลังจากจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล พลาดท่าบุกไปพ่าย บอร์นมัธ 1-2 เปิดโอกาสทองให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแต้มไล่จี้ติด ทว่าในทางทฤษฎีต่อให้ แมนซิตี้ ชนะทุกเกมที่เหลือ ก็ไม่การันตีแชมป์ อยู่ดี แล้วเหตุผลคืออะไร? มาเจาะลึกเงื่อนไขกันครับ
เจาะลึกเงื่อนไข ทำไม แมนซิตี้ ชนะทุกเกมที่เหลือ ก็ไม่การันตีแชมป์ ซีซั่นนี้
แม้ปัจจุบัน อาร์เซน่อล จะมีแต้มนำอยู่ 9 คะแนน แต่ แมนฯ ซิตี้ มีความได้เปรียบตรงที่แข่งน้อยกว่าถึง 2 นัด (รวมเกมตกค้างกับ คริสตัล พาเลซ) สถานการณ์การลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายสามารถสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้:
- โอกาสลดช่องว่าง: หาก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะ เชลซี ได้ในวันอาทิตย์นี้ ช่องว่างจะเหลือ 6 แต้ม และถ้าสัปดาห์หน้าสามารถเปิดบ้านเชือด อาร์เซน่อล ได้อีก ช่องว่างจะหดลงเหลือแค่ 3 แต้มทันที (โดยที่ยังมีเกมในมือกับ พาเลซ ตุนไว้อีก 1 นัด)
- กรณีแต้มเท่ากัน: หากนับจากนี้ทั้ง อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ สามารถเก็บชัยชนะได้รวดในทุกนัดที่เหลือ ทั้งสองทีมจะจบฤดูกาลด้วยการมี 85 คะแนนเท่ากันเป๊ะ!
- ตัดสินด้วยประตูได้เสีย: เมื่อคะแนนเท่ากัน กฎของพรีเมียร์ลีกจะตัดสินแชมป์ด้วย “ผลต่างประตูได้เสีย” ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้อาร์เซน่อลยังกุมความได้เปรียบอยู่เล็กน้อย (ปัจจุบัน อาร์เซน่อล +38 ส่วน แมนฯ ซิตี้ +32)
- โมเมนตัมที่เปลี่ยนไป: แม้แต้มจะนำ แต่การสะดุดแพ้ของทัพปืนใหญ่ ทำให้ความกดดันทั้งหมดถูกโยนกลับมาฝั่งสีแดงของลอนดอน จากที่เคยนำห่างแบบสบายๆ ตอนนี้ทุกนัดคือการตัดสินชะตา
มุมมอง CLUBUFA: โคตรเดือดครับสำหรับพรีเมียร์ลีกช่วงท้ายซีซั่น! แมนฯ ซิตี้ ของเป๊ปขึ้นชื่อเรื่องเครื่องติดช่วงท้ายอยู่แล้ว การมีเกมในมือคือไพ่ตายที่สำคัญมาก แต่การที่ต้องไปลุ้นเหนื่อยถึงขั้นวัดประตูได้เสียกับอาร์เซน่อล (ที่ปีนี้เกมรับเหนียวแน่นมาก) ก็ถือเป็นงานหินสุดๆ จุดชี้ชะตาที่แท้จริงคือแมตช์ที่ทั้งคู่ต้องมาตัดแต้มกันเองสัปดาห์หน้าครับ ใครพลาดในเกมนั้น โอกาสชูถ้วยแทบจะหลุดลอยทันที บอกเลยว่าแฟนบอลกำไรเน้นๆ ลุ้นกันเยี่ยวเหนียวไปจนถึงนัดสุดท้ายแน่นอน!
