ทีมชาติสเปนแสดงฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการเอาชนะซาอุดีอาระเบียไปอย่างขาดลอยถึง 4 ประตูต่อ 0 โดยมิเกล โอยาร์ซาบาลโชว์ฟอร์มเด่นยิงไปสองประตูและทำอีกหนึ่งแอสซิสต์ในเกมนี้ นอกจากนี้ทัพกระทิงดุยังมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 4 ตำแหน่งจากนัดก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงลามีน ยามาล ปีกดาวรุ่งจากบาร์เซโลน่าที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง
โอยาร์ซาบาลเบิ้ลพา สเปนถล่มซาอุฯ 4-0
เกมเปิดฉากได้เพียง 10 นาที ทัพกระทิงดุก็ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะโต้กลับเร็ว มิเกล โอยาร์ซาบาล หลุดขึ้นไปทางซ้ายก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางอย่างแม่นยำให้ลามีน ยามาล ยิงจ่อๆ ไม่พลาด นาทีที่ 17 โอยาร์ซาบาลเกือบทำประตูเพิ่มได้อีกครั้งจากการพลิกตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่โมฮัมเหม็ด อัล-โอวาอีส นายทวารคู่แข่งพุ่งปัดออกไปได้ทัน จากนั้นในนาทีที่ 21 ทีมจากยุโรปก็ขยับสกอร์เป็น 2-0 จากลูกเตะมุม ดานี่ โอลโม่ ยิงไปติดบล็อก บอลกระดอนมาเข้าทางเอมเมอริค ลาปอร์กต์ โหม่งชงให้โอยาร์ซาบาลดีดบอลเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด เพียงสองนาทีถัดมา สกอร์ไหลเป็น 3-0 เปโดร ปอร์โร่ เปิดบอลจากขวา มาร์ก กูกูเรย่า โหม่งย้อนให้ดานี่ โอลโม่ โหม่งต่อถึงโอยาร์ซาบาลตวัดจ่อๆ เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ โอยาร์ซาบาลเกือบทำแฮตทริกได้ในนาทีที่ 35 เมื่อนายทวารซาอุฯ เปิดบอลพลาดเข้าทางเจ้าตัวยิงสวนทันที แต่บอลพุ่งชนคานอย่างจังน่าเสียดาย ครึ่งหลังนาทีที่ 49 ทีมเจ้าบ้านก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะเป็น 4-0 จากลูกเตะมุมทางซ้าย บอลเลยมาถึงมาร์ก กูกูเรย่า กดเต็มข้อ อัล-โอวาอีส ปัดได้จังหวะแรก แต่บอลไปโดนฮัสซาน อัล-ตัมบัคตี ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันกระดอนเข้าประตูไป
ในมุมมองของ CLUBUFA ฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของมิเกล โอยาร์ซาบาลและผลงานอันยอดเยี่ยมของทีมชาติสเปนในเกมนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความหลากหลายในการทำประตู การได้เห็นผู้เล่นดาวรุ่งอย่างลามีน ยามาล ทำประตูแรกก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของทัพกระทิงดุ
