ปลุกสปิริตสาวก “เร้ด เดวิลส์” ให้ลุกโชน! เมื่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค นายใหญ่แห่งทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงความทะเยอทะยานสูงสุดในการคุมทีม โดย คาร์ริค ตั้งเป้ากุนซืออังกฤษคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และมุ่งมั่นที่จะพาสโมสรกลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง
เจาะบทสัมภาษณ์ คาร์ริค ตั้งเป้ากุนซืออังกฤษคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พาแมนยูผงาดอีกครั้ง
เป้าหมายระดับองค์กรของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคปัจจุบัน มีความชัดเจนและมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะต้องกลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดให้ได้ภายในปี 2028 โดยบอร์ดบริหารได้วางแผนเตรียมสร้างขุมกำลังระดับพระกาฬผ่านตลาดนักเตะ 2 ซัมเมอร์ข้างหน้า เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จ
แม้ว่าในมุมมองของนักวิจารณ์บางส่วน อาจจะยังมีเครื่องหมายคำถามเกี่ยวกับศักยภาพในระยะยาวของ คาร์ริค บนเก้าอี้กุนซือแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เจ้าตัวก็พร้อมน้อมรับความท้าทายนี้ และตระหนักดีถึงความยิ่งใหญ่ของภารกิจที่สโมสรคาดหวัง
วาทะเด็ดจาก ไมเคิ่ล คาร์ริค ถึงเป้าหมายแห่งประวัติศาสตร์:
- ความเชื่อมั่นลึกๆ: “ผมอยากให้มันเป็นแบบนั้นนะ และผมก็เชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องเกิดขึ้นได้ แม้ด้วยเหตุผลบางอย่างมันอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ จังหวะและเวลาคือสิ่งสำคัญ”
- รำลึกบรมกุนซือ: “เราเคยมีผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่คุมทีมมาอย่างยาวนาน แม้ท่านจะไม่ใช่คนอังกฤษ (เป็นชาวสกอตแลนด์) แต่ท่านก็สร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไว้ที่นี่”
- เป้าหมายสูงสุด: “หากวันหนึ่งมันมาถึงจุดที่ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ และคนๆ นั้นคือผม มันคงเป็นอะไรที่สุดยอดและน่าเหลือเชื่อมาก ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือเป้าหมายหลักของสโมสรแห่งนี้ การกลับไปผงาดคว้าแชมป์ลีก เพราะนั่นคือจุดสูงสุดที่พวกเราคู่ควรและต้องการไปให้ถึง”
มุมมอง CLUBUFA: เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากครับถ้า คาร์ริค ทำได้สำเร็จ! เพราะนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” ในฤดูกาล 1992/93 ยังไม่เคยมี “กุนซือชาวอังกฤษแท้ๆ” คนไหนเลยที่พาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้ (คนล่าสุดที่ทำได้ในยุคดิวิชั่น 1 เดิมคือ โฮเวิร์ด วิลกินสัน กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี 1992) การที่คาร์ริคซึ่งเต็มไปด้วย “DNA ผีแดง” กล้าออกมาประกาศเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถือเป็นการซื้อใจแฟนบอลและลูกทีมได้เป็นอย่างดี แม้ความกดดันจะมหาศาล และมีเวลาถึงปี 2028 ให้พิสูจน์ตัวเอง แต่ถ้าบอร์ดบริหารสนับสนุนเรื่องการเสริมทัพอย่างเต็มที่ งานนี้โปรเจกต์ทวงคืนความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดงก็น่าจับตามองสุดๆ ครับ!