clubufa.tv

อัปเดตล่าสุด! สรุปทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ครบโควตา 48 ชาติ

สรุปทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 อัปเดตรายชื่อครบ 48 ชาติที่เตรียมไปลุยศึกเวิลด์คัพที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่อึดใจ มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมวลมนุษยชาติอย่าง ศึกฟุตบอลโลก 2026 ก็จะระเบิดความมันส์ขึ้นแล้ว! โดยทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการเพิ่มโควตาชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันเป็น 48 ทีม ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันรอบคัดเลือกในแต่ละทวีปก็ได้บทสรุปรายชื่อทีมที่คว้าตั๋วไปลุยรอบสุดท้ายกันครบถ้วนแล้ว

เช็กลิสต์ สรุปทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ครบทุกโซนทั่วโลก

เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องและทบทวนความจำก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น เราได้รวบรวมและจัดหมวดหมู่รายชื่อชาติที่คว้าตั๋วเครื่องบินไปลุยศึกเวิลด์คัพฉบับอเมริกาเหนือมาให้ดูกันแบบชัดๆ โดยแบ่งตามโซนต่างๆ ดังนี้ครับ

  • โควตาชาติเจ้าภาพร่วม (3 ทีม)
    • สหรัฐอเมริกา
    • แคนาดา
    • เม็กซิโก
  • โซนยุโรป – UEFA (16 ทีม)
    • ออสเตรีย, เบลเยียม, โครเอเชีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, สกอตแลนด์, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์, สวีเดน, ตุรกี, สาธารณรัฐเช็ก และ บอสเนีย
  • โซนเอเชีย – AFC (9 ทีม)
    • ออสเตรเลีย, อิหร่าน, ญี่ปุ่น, จอร์แดน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน และ อิรัก
  • ซนแอฟริกา – CAF (10 ทีม)
    • แอลจีเรีย, เคปเวิร์ด, อียิปต์, กานา, ไอวอรีโคสต์, โมร็อกโก, เซเนกัล, แอฟริกาใต้, ตูนิเซีย และ คองโก
  • โซนอเมริกาใต้ – CONMEBOL (6 ทีม)
    • อาร์เจนตินา, บราซิล, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, ปารากวัย และ อุรุกวัย
  • โซนอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง – CONCACAF (3 ทีม ไม่รวมเจ้าภาพ)
    • คูราเซา, เฮติ และ ปานามา
  • โซนโอเชียเนีย – OFC (1 ทีม)
    • นิวซีแลนด์

มุมมอง CLUBUFA:
การขยายทีมเป็น 48 ชาติในฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นการเปิดกว้างให้โลกลูกหนังอย่างแท้จริงครับ! แน่นอนว่าบรรดายักษ์ใหญ่ขาประจำอย่าง อาร์เจนตินา (แชมป์เก่า), บราซิล, ฝรั่งเศส, อังกฤษ หรือ สเปน ยังคงตบเท้าเข้าร่วมล่าแชมป์กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเราได้เห็นทีมหน้าใหม่และทีมที่ห่างหายไปนานจากโซนเอเชีย แอฟริกา และคอนคาเคฟ ทะลุเข้ามาสร้างสีสันได้มากขึ้น การแข่งขันรูปแบบใหม่ที่มีจำนวนแมตช์เยอะขึ้น รับรองว่าแฟนบอลจะได้ดูฟุตบอลกันแบบตาแฉะและลุ้นกันสนุกกว่าเดิมแน่นอนครับ!

แหล่งที่มา:The sporting new
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แข้งอิตาลี ขอโบนัสก่อนแพ้บอสเนีย! ตกรอบเพลย์ออฟ ชวดลุยบอลโลก 3 สมัยติด

ดราม่า แข้งอิตาลี ขอโบนัสก่อนแพ้บอสเนีย ชวดตั๋วฟุตบอลโลก 2026 จนกลายเป็นการพลาดทัวร์นาเมนต์ใหญ่ 3 สมัยติดต่อกัน

กลายเป็นประเด็นฉาวที่ทำเอาแฟนบอลวิจารณ์กันสนั่นโซเชียลครับ! เมื่อมีรายงานหลุดออกมาว่า แข้งอิตาลี ขอโบนัสก่อนแพ้บอสเนีย ในเกมนัดชี้ชะตาเพลย์ออฟ ส่งผลให้ทัพ “อัซซูรี่” กระเด็นตกรอบ ชวดตั๋วไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2026 อย่างเจ็บปวด และกลายเป็นฝันร้ายที่พวกเขาพลาดเวทีเวิลด์คัพถึง 3 สมัยติดต่อกันแบบไม่น่าเชื่อ

เจาะดราม่า แข้งอิตาลี ขอโบนัสก่อนแพ้บอสเนีย ชวดตั๋วบอลโลก 2026 สุดชอกช้ำ

เกมนัดสำคัญนี้ ทัพอิตาลีภายใต้การคุมทีมของ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ต้องลงทำศึกเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศ (Path A) บุกไปเยือน ทีมชาติบอสเนีย ถึงสังเวียน บิลิโน โพลเย เมืองเซนิกา ทว่าผลการแข่งขันกลับจบลงด้วยความพ่ายแพ้จากการดวลจุดโทษ 1-4 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1

แต่สิ่งที่ทำให้แฟนบอลอิตาลีรับไม่ได้ยิ่งกว่าฟอร์มการเล่น คือเรื่องราวนอกสนามที่ถูกแฉออกมาว่า บรรดานักเตะทีมชาติอิตาลีได้รวมหัวกัน “เรียกร้องเงินอัดฉีด” ก้อนโต หากพาทีมผ่านเข้ารอบได้

สรุปไทม์ไลน์ความล้มเหลวและดราม่าโบนัสของทัพอัซซูรี่:

  • โฟกัสผิดจุดก่อนแข่ง: มีรายงานเผยว่ากลุ่มนักเตะเรียกร้องขอเงินโบนัสคนละ 300,000 ยูโร (ประมาณ 11.2 ล้านบาท) หากสามารถคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็ชวดเงินก้อนนี้เพราะตกรอบแบบช็อกโลก
  • ล้างอาถรรพ์ไม่สำเร็จ: ความพ่ายแพ้นัดนี้ ถือเป็นการเสียท่าพ่ายบอสเนียเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่ที่เคยปราชัยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 1996
  • รอยด่างพร้อยแห่งยุค: การตกรอบครั้งนี้ทำให้อิตาลีพลาดการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 3 สมัยติด (2018, 2022, 2026) และพวกเขาจะต้องรอคอยอย่างน้อยถึง 16 ปี (นับตั้งแต่ที่เคยได้เล่นปี 2014) กว่าจะมีลุ้นกลับไปโชว์ฝีเท้าในฟุตบอลโลกปี 2030 อีกครั้ง

มุมมอง CLUBUFA:
เป็นความล้มเหลวระดับชาติที่น่าอับอายที่สุดของวงการฟุตบอลอิตาลีเลยครับ! การที่นักเตะไปตั้งแง่โฟกัสเรื่องเงินโบนัส 11.2 ล้านบาทก่อนเกมนัดชี้ชะตา บ่งบอกถึงความกดดันที่ผิดที่ผิดทาง แทนที่จะเอาเวลาไปรวมพลังใจและโฟกัสแท็กติกในสนาม การดวลจุดโทษแพ้ยับเยิน 1-4 สะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่ไม่นิ่งพอ ภายใต้การคุมทีมของ กัตตูโซ่ งานนี้บอร์ดบริหารสมาคมฟุตบอลอิตาลีต้องรื้อระบบขนานใหญ่ เพราะการที่ชาติระดับอดีตแชมป์โลก 4 สมัย ต้องหายหน้าจากเวทีเวิลด์คัพยาวนานถึงทศวรรษครึ่ง ถือเป็นเรื่องที่แฟนบอลมะกะโรนีรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด!

แหล่งที่มา:thairath
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

โรนัลโด้ ยอดพุ่ง 967 ประตู ลุ้นแตะ 1,000 ลูก! ซัดเบิ้ลพา อัล นาสเซอร์ คว้าชัยจ่าฝูง

โรนัลโด้ ยอดพุ่ง 967 ประตู ลุ้นแตะ 1,000 ลูก หลังเหมาสองประตูให้ อัล นาสเซอร์

อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจริงๆ ครับสำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้! กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสเพิ่งคัมแบ็กกลับมาลงสนามพร้อมโชว์ฟอร์มโหดเหมาคนเดียวสองตุง ช่วยต้นสังกัดเก็บชัยชนะอย่างสวยงาม ส่งผลให้ตอนนี้สถิติของ โรนัลโด้ ยอดพุ่ง 967 ประตู ลุ้นแตะ 1,000 ลูก เข้าไปทุกขณะ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอล

เจาะสถิติ โรนัลโด้ ยอดพุ่ง 967 ประตู ลุ้นแตะ 1,000 ลูก หลังคัมแบ็กซัดเบิ้ลสุดโหด

หลังจากพลาดการช่วยทีมชาติโปรตุเกสในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมีนาคมที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา ล่าสุด “ซีอาร์ เซเว่น” ในวัย 41 ปี สลัดเดี้ยงกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงให้ อัล นาสเซอร์ ในเกมนัดที่ 27 ของศึกซาอุดี โปร ลีก เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา

เกมนี้ อัล นาสเซอร์ เปิดโหมดโหดไล่ถล่ม อัล นาจมา ไปด้วยสกอร์ 5-2 โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การจบสกอร์อันเฉียบคมของกัปตันทีมชาวโปรตุกีส ที่จัดการตะบันคนเดียวสองประตูในนาทีที่ 56 และ 73 พาทีมโกยแต้มเพิ่มเป็น 70 คะแนน รั้งจ่าฝูงทิ้งห่าง อัล ฮิลาล 6 แต้ม (แต่แข่งมากกว่า 1 นัด)

อัปเดตสถิติการถล่มประตูของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้:

  • ยอดรวมตลอดกาล: พุ่งทะยานไปแตะที่ตัวเลข 967 ประตู เรียบร้อยแล้ว
  • แบ่งตามระดับการแข่งขัน: สังหารในระดับสโมสรไป 825 ประตู และยิงในนามทีมชาติโปรตุเกสอีก 142 ประตู
  • เป้าหมายประวัติศาสตร์: ต้องการอีกเพียง 33 ประตู เท่านั้น เพื่อจารึกชื่อเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่ยิงแตะหลัก 1,000 ประตูอย่างเป็นทางการ

มุมมอง CLUBUFA:
การตั้งเป้าหมาย 1,000 ประตูก่อนแขวนสตั๊ดคือแรงผลักดันที่ทำให้ โรนัลโด้ ยังคงรักษาสภาพร่างกายได้แข็งแกร่งขนาดนี้ในวัย 41 ปีครับ! ด้วยระยะห่างอีกแค่ 33 ลูก หากเขายืนระยะรักษาความฟิตและไม่เจ็บหนักไปเสียก่อน ตัวเลขนี้ถือว่า “ขนมกรุบ” มากสำหรับเครื่องจักรสังหารอย่างเขา การลุ้นให้ถึงหลักพันก่อนทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์อย่าง ฟุตบอลโลก 2026 จะมาถึง จึงเป็นเรื่องที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตามองแบบห้ามกะพริบตาเด็ดขาด!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แดนนี่ มิลล์ส วิจารณ์ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ยังห่างชั้นระดับท็อป เมินค่าตัว 100 ล้านปอนด์

แดนนี่ มิลล์ส วิจารณ์ เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางดาวรุ่งของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

ฟอร์มแรงแค่ไหนก็ยังไม่เข้าตาอดีตแข้งรุ่นพี่! กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่ออดีตปราการหลังชื่อดังอย่าง แดนนี่ มิลล์ส ออกมาสับแหลกเบรกกระแสความฮอตของกองกลางตัวเก่งทัพ “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ โดยชี้ว่าฝีเท้าของเขายังธรรมดาเกินกว่าจะถูกยกย่องให้เป็นแข้งระดับท็อปของวงการลูกหนัง

เจาะประเด็น แดนนี่ มิลล์ส วิจารณ์ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ชี้ยังไม่ดีพอสำหรับสิงโตคำรามลุยฟุตบอลโลก

ซีซั่นนี้ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ในวัย 23 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นสะดุดตา จนถูก โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือทัพ “สิงโตคำราม” เรียกติดทีมชาติอังกฤษ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะได้ไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 แถมยังมีข่าวลือหนาหูว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมทุ่มเงินคว้าตัว โดยที่บอร์ดบริหารฟอเรสต์แปะป้ายราคาโก่งไว้สูงปรี๊ดถึง 100 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม แดนนี่ มิลล์ส กลับมองต่างมุมแบบสุดขั้ว โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุชื่อดังอย่าง ทอล์คสปอร์ต (talkSPORT) ถึงบทบาทของแอนเดอร์สันในนามทีมชาติอังกฤษไว้อย่างเผ็ดร้อน

คำวิจารณ์สุดเดือดจากปาก แดนนี่ มิลล์ส:

  • คุณภาพระดับชาติ: มิลล์สตั้งคำถามตรงๆ ว่า แอนเดอร์สันเก่งพอที่จะอยู่ในระดับนานาชาติเพื่อพาทีมคว้าแชมป์โลกได้จริงหรือ?
  • ยังไม่ใช่เบอร์หนึ่ง: “เวลาผมมองไปที่เขา ผมเกิดคำถามเลยว่า เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในตำแหน่งนี้ของประเทศเราแล้วหรือเปล่า? คำตอบคือเขายังห่างไกลจากจุดนั้นอีกมาก” มิลล์สกล่าว
  • เปรียบเทียบดาวรุ่ง: มิลล์สยังได้พาดพิงไปถึงเคสของ อดัม วอร์ตัน อีกหนึ่งดาวรุ่งที่สื่อเคยอวยกันยกใหญ่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ว่าสุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นระดับโลกอย่างที่ใครหลายคนคาดหวังไว้

มุมมอง CLUBUFA:
การออกมาเบรกกระแสดาวรุ่งของมิลล์สถือว่าเรียกแขกได้พอสมควรครับ! แม้ค่าตัว 100 ล้านปอนด์ที่ฟอเรสต์ตั้งไว้จะดูโอเวอร์ไปตามสไตล์ค่าตัวนักเตะอังกฤษ แต่ผลงานในสนามของแอนเดอร์สันก็ถือว่ายกระดับขึ้นมาจนเป็นแกนหลักในพรีเมียร์ลีกได้จริงๆ การมีชื่อลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ภายใต้แท็กติกของ โธมัส ทูเคิ่ล จะเป็นเวทีพิสูจน์ชั้นดีว่าดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้ “มีของจริง” หรือเป็นแค่ดาวรุ่งที่สื่อผู้ดีอวยเกินเบอร์ตามที่มิลล์สวิจารณ์เอาไว้!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เดล ปิเอโร่ ชำแหละวงการฟุตบอลอิตาลี ซัดเละต้องเลิกเห็นแก่ตัว หลังชวดตั๋วบอลโลก 3 สมัยติด

เดล ปิเอโร่ ชำแหละวงการฟุตบอลอิตาลี ชี้ต้องเลิกเห็นแก่ตัวและยอมรับความจริงหลังพลาดตั๋วฟุตบอลโลก

อาการหนักจนตำนานยังทนไม่ไหว! เมื่อ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ อดีตศูนย์หน้าระดับไอคอนของ ยูเวนตุส และทีมชาติอิตาลี ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ สกาย คัลโช่ อันพรัค โดยงานนี้ เดล ปิเอโร่ ชำแหละวงการฟุตบอลอิตาลี แบบไม่ไว้หน้าใคร หลังทัพอัซซูรี่ต้องกระเด็นตกรอบเพลย์ออฟ พลาดโอกาสไปลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

เจาะลึกบทสัมภาษณ์ เดล ปิเอโร่ ชำแหละวงการฟุตบอลอิตาลี ถึงรากเหง้าปัญหาที่ทำให้อัซซูรี่ตกต่ำ

อดีตดาวเตะวัย 51 ปี เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นซ้ำซากนี้มันเกินกว่าจะรับได้ โดยเปรียบเทียบว่า การพลาดตั๋วในปี 2018 คือความตื่นตระหนก ครั้งที่สองคือฝันร้าย แต่การพลาดเป็นครั้งที่สามนี้คือ “ความน่าอับอาย” ที่หมดสิทธิ์หาข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอิตาลีเคยเป็นถึงมหาอำนาจของวงการลูกหนังโลก

เดล ปิเอโร่ ย้ำชัดเจนว่า ปัญหานี้มันฝังรากลึกเกินกว่าจะไปชี้หน้าด่าใครแค่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็น กาบริเอเล่ กราวิน่า ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือแม้แต่ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ที่เข้ามาคุมทีมในช่วงสั้นๆ เพราะเบื้องหลังความล้มเหลวมันมีสถานการณ์ที่ซับซ้อนทับถมกันอยู่

สิ่งที่ เดล ปิเอโร่ ชี้ว่าเป็น “เนื้อร้าย” ของวงการลูกหนังเลี่ยน:

  • วัฒนธรรมเอาตัวรอด: ทุกคนในวงการมุ่งแต่จะรักษาผลประโยชน์และความอยู่รอดของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งความเห็นแก่ตัวนี้คือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนโดยด่วน
  • ฆ่าจินตนาการเด็ก: ระบบเยาวชนถูกตีกรอบด้วยคำสั่งที่มากเกินไป ทำให้เด็กสูญเสียความคิดสร้างสรรค์ พอต้องเล่นนอกเหนือจากแท็กติกที่ถูกป้อนมา ก็ทำผิดพลาดและถูกตีตราว่าห่วย ทั้งที่ปัญหามันมาจากระบบการสอน
  • อีโก้ล้นฟ้า: อิตาลีต้องเลิกหลงระเริงกับอดีต วางทิฐิลง แล้วเริ่มต้นใหม่ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน เปิดใจศึกษาความสำเร็จของชาติอื่นๆ เพราะความจริงคือ “อิตาลีไม่ใช่ทีมที่ยิ่งใหญ่แบบเดิมอีกต่อไปแล้ว”

มุมมอง CLUBUFA:
คำพูดของ “น้าเดล” คือการแทงใจดำวงการฟุตบอลอิตาลีแบบทะลุกลางปล้องครับ! การยึดติดกับแท็กติกเกมรับที่ตายตัวและการสั่งการแบบหุ่นยนต์ในระดับเยาวชน คือการทำลายพรสวรรค์ของนักเตะสายสร้างสรรค์เกมไปจนหมด ฟุตบอลยุคใหม่วัดกันที่ความยืดหยุ่นและไดนามิก หากอิตาลียังไม่ยอมถอดอีโก้แล้วรื้อระบบโครงสร้างใหม่ทั้งหมด การจะกลับไปทวงความยิ่งใหญ่บนเวทีโลกคงเป็นได้แค่ความฝันที่เลือนรางลงเรื่อยๆ เท่านั้น!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เลโก้ถ้วยฟุตบอลโลก โรนัลโด้ เมสซี่ เปิดตัวสุดอลังการ! แฟนบอลเตรียมกระเป๋าฉีกรับเวิลด์คัพ 2026

เลโก้ถ้วยฟุตบอลโลก โรนัลโด้ เมสซี่ ควงซูเปอร์สตาร์ระดับโลกโปรโมทคอลเลกชันใหม่รับเวิลด์คัพ 2026

นับถอยหลังสู่ความมันส์ของศึกเวิลด์คัพ 2026! แฟนลูกหนังเตรียมควักกระเป๋ากันได้เลย เมื่อแบรนด์ของเล่นระดับตำนานออกคอลเลกชัน เลโก้ถ้วยฟุตบอลโลก โรนัลโด้ เมสซี่ ออกมาดูดทรัพย์คอบอลสายสะสมกันตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์แบบ 48 ชาติยังไม่ทันเริ่มเตะ

เจาะดีเทล เลโก้ถ้วยฟุตบอลโลก โรนัลโด้ เมสซี่ ควงซูเปอร์สตาร์โปรโมทก่อนลุยศึกใหญ่

จริงๆ ก่อนหน้านี้มีภาพหลุดโปรเจกต์ตัวต่อโมเดล “ถ้วยฟีฟ่า เวิลด์คัพ” ออกมาให้ฮือฮากันบ้างแล้ว แต่ความพีคที่ทำให้อยากเหมาหมดแผง คือคลิปโปรโมทตัวล่าสุดที่ดึงเอาไอคอนแห่งยุคมาโชว์ต่อเลโก้ด้วยตัวเองแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ

เช็กรายละเอียดความคุ้มค่าของคอลเลกชันนี้:

  • พรีเซนเตอร์ระดับ GOAT: คริสเตียโน โรนัลโด้ ควงคู่ปรับตลอดกาล ลิโอเนล เมสซี่ มาร่วมแจมในวิดีโอเปิดตัว
  • เสริมทัพสตาร์ยุคใหม่: มีดาวเตะเบอร์ท็อปอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ร่วมโผล่ในคลิปด้วย
  • ราคาอย่างเป็นทางการ: เคาะราคาขายเพื่อให้แฟนบอลได้ครอบครองถ้วยทองคำจำลองอยู่ที่ 7,090 บาท

มุมมองเซียน:
ของสะสมชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ของเล่นธรรมดาครับ! การดึงเอาสตาร์ระดับ GOAT มารวมตัวกันในโปรเจกต์เดียว สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าการตลาดที่มหาศาลของฟุตบอลโลก 2026 ยิ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของโด้และเมสซี่ด้วยแล้ว เลโก้เซ็ตนี้มีสิทธิ์กลายเป็นแรร์ไอเทมที่ราคาพุ่งปรี๊ดในตลาดนักสะสมสายลูกหนังแน่นอน!

แหล่งที่มา:The sporting news
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก