วงการผู้ตัดสินอังกฤษมีเรื่องให้ฉาวกันยันโค้งสุดท้ายจนเกิดกระแส พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายไร้ชื่อเปา ‘ไมเคิ่ล ซอลส์เบอรี่’ หลังดราม่า VAR เกมแมนยู พบ ฟอเรสต์ เมื่อองค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (PGMOL) จัดการหั่นชื่อ ไมเคิ่ล ซอลส์เบอรี่ ออกจากการทำหน้าที่ในเกมนัดปิดฤดูกาล วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคมนี้เป็นที่เรียบร้อย สังเวยความดื้อรั้นที่ไม่ยอมเช็กภาพช้าในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-2
พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายไร้ชื่อเปา ‘ไมเคิ่ล ซอลส์เบอรี่’ หลังดราม่า VAR เกมแมนยู พบ ฟอเรสต์ เมินคำเตือนจนเว็บบ์ต้องออกโรงขอโทษ
ชนวนเหตุความเดือดเกิดขึ้นเมื่อ ซอลส์เบอรี่ ปล่อยให้จังหวะปัญหาเป็นประตู ทั้งที่ทีมงาน VAR ได้ส่งสัญญาณแนะนำให้เขาเดินไปตรวจสอบภาพช้าที่จอมอนิเตอร์ข้างสนามจากกรณีสงสัยเรื่องแฮนด์บอล แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธและยืนกรานคำตัดสินเดิม ซึ่งสถิติระบุว่านี่คือครั้งที่ 4 ในซีซั่นนี้ที่เชิ้ตดำในสนามเมินคำแนะนำของ VAR จนสุดท้าย ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าเปาผู้ดี ต้องออกมายอมรับหน้าชื่นอกตรมว่าประตูดังกล่าวควรถูกริบคืนตามความคาดหวังของฟุตบอล
ในขณะเดียวกัน เจมส์ เบลล์ ที่เพิ่งโดนทัวร์ลงจากการทำหน้าที่ VAR พลาดในเกมอาร์เซน่อลทุบเบิร์นลี่ย์ กลับยังได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อในเกมฟูแล่มพบ นิวคาสเซิ่ล หน้าตาเฉย
มุมมอง CLUBUFA: ประเด็น พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายไร้ชื่อเปา ‘ไมเคิ่ล ซอลส์เบอรี่’ หลังดราม่า VAR เกมแมนยู พบ ฟอเรสต์ ถือเป็นบทลงโทษที่สมควรโดนแล้วครับ! CLUBUFA มองว่า “อีโก้” ของผู้ตัดสินอังกฤษคือมะเร็งร้ายที่บ่อนทำลายลีกมาตลอด การมีเทคโนโลยีระดับโลกอยู่ในมือแต่คนใช้กลับดื้อรั้นไม่ยอมรับความช่วยเหลือ มันก็พังพินาศแบบนี้แหละครับ โชคดีที่ความผิดพลาดนี้ไม่ได้เปลี่ยนผลแพ้ชนะจนเกิดดราม่าระดับชาติ แต่การโดนดองริบงานในนัดปิดซีซั่นก็น่าจะทำให้เชิ้ตดำรายนี้หลาบจำและลดความหยิ่งผยองลงไปได้บ้าง
