ประเด็นการเมืองที่ลุกลามเข้าสู่โลกฟุตบอลทวีความรุนแรงขึ้นในงาน ปาเลสไตน์ เมินจับมือ อิสราเอล ประชุมฟีฟ่า 2026 ณ เมืองแวนคูเวอร์ เมื่อ ฌิบรีล รายูบ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลปาเลสไตน์ แสดงจุดยืนชัดเจนด้วยการปฏิเสธที่จะจับมือหรือยืนเคียงข้าง บาซิม เชค ซูลิมาน ตัวแทนจากอิสราเอล แม้จะมีการพยายามประสานรอยร้าวจาก จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าก็ตาม
เจาะเบื้องหลัง ปาเลสไตน์ เมินจับมือ อิสราเอล ประชุมฟีฟ่า 2026 และเหตุผลที่ไม่เผาผี
ท่ามกลางความพยายามของฟีฟ่าที่จะใช้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ แต่สถานการณ์จริงกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน:
- ปฏิเสธภาพลักษณ์สร้างภาพ: รายูบระบุชัดเจนว่าเขาไม่สามารถถ่ายรูปหรือจับมือกับตัวแทนที่เขามองว่าเป็นกระบอกเสียงให้กับความรุนแรงในฉนวนกาซา โดยชี้ว่าการจับมือเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในที่ประชุมนั้นเป็นเรื่องไร้สาระเมื่อเทียบกับความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์
- ปมขัดแย้งเรื่องนิคมเวสต์แบงก์: ปาเลสไตน์เรียกร้องมาตลอดให้ฟีฟ่าลงโทษสโมสรอิสราเอลที่ตั้งทีมในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งละเมิดกฎระเบียบของฟีฟ่าและสิทธิของสมาคมสมาชิก แต่ฟีฟ่ายังคงยืนยันที่จะไม่ดำเนินการใดๆ โดยอ้างสถานะทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจน
- การอุทธรณ์ต่อศาลโลก: ปัจจุบันสมาคมฟุตบอลปาเลสไตน์ (PFA) ได้ยื่นเรื่องต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) เพื่อคัดค้านการตัดสินใจของฟีฟ่าที่เพิกเฉยต่อประเด็นสโมสรในเขตนิคมเวสต์แบงก์
บทสรุปท่าทีของผู้นำฟีฟ่า
จานนี่ อินฟานติโน่ พยายามโน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันเพื่อ “มอบความหวังให้กับเด็กๆ” แต่ดูเหมือนว่าน้ำหนักของสถานการณ์การเมืองโลกจะกดทับจนวงการกีฬาไม่สามารถแยกตัวออกมาได้อิสระ โดยรายูบทิ้งท้ายว่านโยบาย “สองมาตรฐาน” ของฟีฟ่าควรยุติลงเสียที
มุมมอง CLUBUFA: กรณี ปาเลสไตน์ เมินจับมือ อิสราเอล ประชุมฟีฟ่า 2026 สะท้อนให้เห็นว่า “ฟุตบอล” ไม่เคยแยกขาดจากการเมืองได้จริงๆ ครับ แม้อินฟานติโน่จะพยายามใช้ Soft Power ในการเชื่อมความสัมพันธ์ แต่หากปัญหาพื้นฐานเรื่องสิทธิและความถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศยังไม่ได้รับการสะสาง การจับมือบนเวทีก็เป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การเดินหน้าฟ้องร้องต่อ CAS ของปาเลสไตน์จึงเป็นทางออกทางกฎหมายที่น่าติดตามที่สุดในเวลานี้ครับ
