clubufa.tv

เรียบร้อย “ดาวดังแมนยู” ตัดสินใจแล้ว หลังมีข่าวเตรียมกลับมาผีแดง

มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องการอยู่ต่อ กับสโมสรบาร์เซโลน่าหลังหมดสัญญายืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องการอยู่ต่อ กับ บาร์เซโลน่า กลายเป็นประเด็นร้อนที่สยบข่าวลือเรื่องการคัมแบ็กถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทันที เมื่อ มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อเจ้าดังแดนกระทิงรายงานว่า กองหน้าชาวอังกฤษที่ปัจจุบันค้าแข้งกับบาร์ซ่าด้วยสัญญายืมตัว ได้ตัดสินใจอนาคตของตัวเองเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าต้องการปักหลักในถิ่นคัมป์ นู ต่อไปแบบถาวร แม้จะมีสัญญาผูกพันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงปี 2028 ก็ตาม

ใจมันได้! มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องการอยู่ต่อ ยอมลดค่าจ้างเพื่อบาร์ซ่า

หลังจากมีข่าวว่าบาร์เซโลน่าอาจจะไม่ใช้ออปชั่นซื้อขาด 25 ล้านปอนด์เนื่องจากปัญหาด้านการเงินและตกลงราคากับแมนยูไม่ได้ ทำให้ตัวนักเตะต้องขยับเพื่อรักษาโอกาสในการลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค

  • ยอมเฉือนเนื้อตัวเอง: แหล่งข่าวระบุว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องการอยู่ต่อ ถึงขนาดพร้อมลดค่าเหนื่อยลงอย่างมหาศาล จากเดิมที่เคยรับสูงถึงสัปดาห์ละ 325,000 ปอนด์กับแมนยู เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างเพดานเงินเดือนของบาร์ซ่า
  • ฟอร์มระดับท็อป: ผลงานในฤดูกาลนี้ของแรชฟอร์ดภายใต้การทำทีมของฟลิคถือว่ายอดเยี่ยมเกินคาด โดยตะบันไปแล้ว 13 ประตู กับ 11 แอสซิสต์ และมีส่วนร่วมกับประตูทุกๆ 89 นาที ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุดในสเปนเวลานี้
  • ไม่อยู่ในแผนอโมริม: สาเหตุหลักที่เขาไม่คิดย้ายกลับอังกฤษ เนื่องจากเขารู้ตัวว่าไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมระยะยาวตั้งแต่ยุคของ รูเบน อโมริม กุนซือคนก่อนหน้า

สถิติสุดโหดของแรชฟอร์ดในสีเสื้อบาร์เซโลน่า

รายการสถิติตัวเลขผลงาน
ประตู13 ประตู
แอสซิสต์11 ครั้ง
เรียกจุดโทษ2 ครั้ง
ค่าเฉลี่ยส่วนร่วมกับประตูทุกๆ 89 นาที (สูงสุดในลา ลีกา)

มุมมอง CLUBUFA: การที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องการอยู่ต่อ และยอมลดค่าเหนื่อยแบบ “ใจสั่งมา” ขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาเจอที่ที่เหมาะสมกับเขาแล้วจริงๆ ครับ ฟุตบอลระบบของ ฮันซี่ ฟลิค ช่วยปลุกสัญชาตญาณนักฆ่าของแรชฟอร์ดให้กลับมาเฉียบคมอีกครั้ง การมีส่วนร่วมกับประตูทุก 89 นาทีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือคลาสบอลที่เขากำลังสนุกกับมันอยู่ ถ้าบาร์ซ่าไม่เซ็นถาวรในราคา 25 ล้านปอนด์ถือว่าพลาดมาก เพราะราคานี้กับสถิติระดับนี้หาไม่ได้อีกแล้วในตลาดปัจจุบัน ส่วนแมนยูก็คงต้องทำใจยอมรับว่าดีเอ็นเอของแรชฟอร์ดอาจจะเปลี่ยนเป็นสแปนิชไปเรียบร้อยแล้วครับ!

แหล่งที่มา:thairath
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เปลี่ยนเพื่อชัยชนะ! คาร์ริคเผยปรับแท็กติกครึ่งหลัง พาแมนยูเฉือนเบรนท์ฟอร์ด

ไมเคิ่ล คาร์ริคเผยปรับแท็กติก และแก้เกมข้างสนามในนัดที่แมนยูชนะเบรนท์ฟอร์ด

คาร์ริคเผยปรับแท็กติก คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถรักษาสามคะแนนล้ำค่าในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้สำเร็จ หลังจากที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือชั่วคราวทัพ “ปีศาจแดง” ออกมาอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นในช่วงครึ่งหลัง เพื่อรับมือกับความแข็งแกร่งของเบรนท์ฟอร์ด จนสามารถพาทีมเฉือนชนะไปได้ 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก มันเดย์ไนท์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

เจาะลึกเบื้องหลัง คาร์ริคเผยปรับแท็กติก เน้นคุมจังหวะและปิดพื้นที่อันตราย

แม้แมนยูจะออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรงและนำห่างถึง 2-0 ในช่วงครึ่งเวลาแรก แต่ในช่วงพักครึ่ง คาร์ริคมองเห็นสัญญาณบางอย่างที่อาจทำให้ทีมเสียเปรียบ จึงตัดสินใจปรับหมากทันที

  • คุมเกมและครองบอล: ในช่วงครึ่งหลัง ทีมไม่ได้บุกแลกเหมือนช่วงต้นเกม แต่เน้นการครองบอลและชะลอจังหวะเพื่อให้เบรนท์ฟอร์ดเล่นได้ยากขึ้น
  • เน้นเกมรับช่วงท้าย: โดยเฉพาะในช่วง 20 นาทีสุดท้าย คาร์ริคสั่งให้นักเตะถอยลงมาเน้นเกมรับที่รัดกุมมากขึ้น เพื่อปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษที่เคยเป็นปัญหาในหลายนัดที่ผ่านมา
  • สปิริตและความเป็นหนึ่งเดียว: แม้จะโดนตีไข่แตกในช่วงท้ายเกม แต่ความทุ่มเทของนักเตะที่เล่นตามแท็กติกใหม่ก็ช่วยให้ทีมยันสกอร์ไว้ได้จนจบเกม

คาร์ริคเผยปรับแท็กติก ครั้งนี้ว่า ‘เราวางแผนจะเปลี่ยนอยู่แล้ว มีบางพื้นที่ที่เราต้องปิดให้ดีกว่านี้ และมันก็ได้ผลดี เป็นการปรับแท็กติกล้วนๆ’ เพื่อให้แน่ใจว่าทีมจะเก็บแต้มสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล”

ความสำคัญของชัยชนะนัดนี้ต่อโควตา UCL
การที่ คาร์ริคเผยปรับแท็กติก และพาทีมเก็บชัยชนะได้ในเกมนี้ ทำให้แมนยูอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบอย่างมหาศาลในการลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น และขอเพียงผลการแข่งขันที่เป็นใจในเกม “แดงเดือด” กับลิเวอร์พูลวันอาทิตย์นี้ ก็จะการันตีโควตาทันที

มุมมอง CLUBUFA: การที่ คาร์ริคเผยปรับแท็กติก แบบเน้นผลการแข่งขันแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะในการคุมทีมของเขาครับ เขาไม่ได้เน้นแค่บุกเอนเตอร์เทนแฟนบอลเพียงอย่างเดียว แต่รู้จักการ “ปิดเกม” ในเวลาที่จำเป็น การปรับให้ทีมรับแน่นในช่วงท้ายแม้จะดูอึดอัดบ้าง แต่ในโลกฟุตบอลที่ผลลัพธ์คือทุกอย่าง 3 คะแนนนี้คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าคาร์ริคเริ่มมีเขี้ยวเล็บในฐานะกุนซือระดับท็อปแล้ว และมันยิ่งตอกย้ำว่าเขาคู่ควรกับสัญญาถาวรจริงๆ ครับ!

แหล่งที่มา:siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แมนยู 2-1 เบรนท์ฟอร์ด : บรูโน่ จ่อทำลายสถิติ, คาร์ริค คู่ควรคุมถาวร ! 5 ประเด็นผีเฉือนผึ้งน้อย

ไมเคิ่ล คาร์ริค คู่ควรคุมถาวร หลังพาแมนยูทำผลงานเยี่ยมชนะเบรนท์ฟอร์ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุค ไมเคิ่ล คาร์ริค ผลงานดีวันดีคืนจริงๆ แม้ฟอร์มอาจจะไม่เพอร์เฟกต์แต่ก็สามารถปราบคู่แข่งได้ต่อเนื่อง โดยชัยชนะเหนือ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 ทำให้ตอนนี้พวกเขาใกล้จะได้ตั๋วไปลุย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้ว ซึ่งหากเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในเกมแดงเดือดได้จะการันตีทันที ที่สำคัญผลงานระดับนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า คาร์ริค คู่ควรคุมถาวร เพื่อสานต่อความสำเร็จในระยะยาว

1. บรูโน่ แฟร์นันด์ส : หัวใจที่ขาดไม่ได้และสถิติที่กำลังจะถูกทำลาย

กัปตันทีมชาวโปรตุกีสแสดงให้เห็นว่าเขาคือฟันเฟืองสำคัญที่สุดในเกมรุก การผ่านบอลที่เฉียบคมในประตู 2-0 ช่วยให้ เบนยามิน เชชโก้ จบสกอร์ได้ง่ายดาย ปัจจุบันบรูโน่ทำไปแล้ว 19 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ขออีกเพียงครั้งเดียวจะเทียบเท่าสถิติตลอดกาลของ อองรี และ เดอ บรอยน์

2. เกมรับพัฒนาอย่างต่อเนื่องและฟอร์มสั่งลาของกาเซมีโร่

แม้จะเสียประตูในช่วงท้าย แต่แผงหลังมีความนิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การได้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กลับมาช่วยเพิ่มความปึกแผ่นทั้งรุกและรับ ขณะที่ อายเด้น เฮฟเว่น ดาวรุ่งพุ่งแรงก็โชว์ฟอร์มได้เกินวัย ส่วน กาเซมีโร่ ยังคงโชว์คลาสระดับตำนานทั้งการทำประตูและช่วยเกมรับก่อนส่อแววอำลาทีม

3. เบรนท์ฟอร์ด : มีโอกาสแต่ขาดความคม

“เดอะ บีส์” สร้างความลำบากให้เจ้าถิ่นได้ไม่น้อยโดยเฉพาะในครึ่งแรก แต่น่าเสียดายที่จังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบคมพอ ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสขึ้นอันดับ 6 และต้องไปเน้นหนักในเกมพบเวสต์แฮมเพื่อลุ้นพื้นที่ยุโรปต่อไป

4. แดงเดือดชี้ชะตาตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก

เงื่อนไขของ “ปีศาจแดง” ในตอนนี้ง่ายมาก คือต้องการอีกเพียง 2 คะแนนจาก 4 เกมที่เหลือ หรือหากคว้าชัยเหนือ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ได้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พวกเขาจะได้รับสิทธิ์ไปเล่นถ้วยใบโตของยุโรปทันทีโดยไม่ต้องสนผลคู่อื่น

5. ไมเคิ่ล คาร์ริค : เหตุผลที่ คาร์ริค คู่ควรคุมถาวร

สถิติไม่เคยโกหกใคร คาร์ริคพาทีมชนะในลีกไปแล้ว 9 นัด มากกว่า รูเบน อโมริม ที่คุมทีมมานานกว่าเสียอีก การนำ “ดีเอ็นเอ” ของสโมสรกลับมา พร้อมการวางแท็กติกที่ยืดหยุ่นและให้โอกาสดาวรุ่ง คือเครื่องพิสูจน์ว่า คาร์ริค คู่ควรคุมถาวร อย่างแท้จริง บางทีแผนการกลับมาลุ้นแชมป์ลีกเต็มตัวอาจไม่ต้องรอถึงปี 2028 แต่อาจเกิดขึ้นในฤดูกาลหน้าเลยก็ได้

มุมมอง CLUBUFA: การที่สื่อและแฟนบอลเริ่มส่งเสียงว่า คาร์ริค คู่ควรคุมถาวร ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยครับ เพราะเขาสามารถเปลี่ยนทีมที่ดูสับสนให้กลายเป็นทีมที่มีทรงบอลชัดเจนและเล่นได้สนุกอีกครั้ง เกมแดงเดือดวันอาทิตย์นี้จะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ ถ้าเขาสยบหงส์แดงและพาทีมคว้าตั๋ว UCL ได้สำเร็จ บอร์ดบริหารแทบไม่ต้องเสียเวลาหาใครที่ไหนแล้วครับ สัญญาถาวรต้องวางตรงหน้าคาร์ริคเท่านั้น!

แหล่งที่มา:siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แม็กไกวร์ ซูฮก กาเซมีโร่ จอมโขกเบอร์ 1 พร้อมเตือนแนวรับผีแดงก่อนบู๊แดงเดือด

ซูฮก กาเซมีโร่ จอมโขกเบอร์ 1 พร้อมเตือนแนวรับผีแดง

แม็กไกวร์ ซูฮก กาเซมีโร่ กลายเป็นประเด็นชื่นชมในแคมป์ “ปีศาจแดง” หลังจากที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังร่างยักษ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับในทักษะลูกกลางอากาศของมิดฟิลด์รุ่นพี่ชาวบราซิลเลียน หลังจบเกมพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญที่เฉือนชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 โดยแม็กไกวร์เป็นคนจัดแอสซิสต์ถวายพานให้กาเซมีโร่โขกประตูได้อย่างเหนือชั้น พร้อมพาทีมจ่อคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เต็มตัว

เบื้องหลังคำชม แม็กไกวร์ ซูฮก กาเซมีโร่ และบทวิเคราะห์เกมรับที่ยังต้องแก้

แม้ทีมจะเก็บ 3 แต้มสำคัญได้ แต่แม็กไกวร์ยังคงมองเห็นจุดที่ทีมต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการรับมือกับความกดดันก่อนถึงเกมบิ๊กแมตช์

  • ทักษะที่เหนือความคาดหมาย: แม็กไกวร์ ซูฮก กาเซมีโร่ ว่าเป็นนักเตะที่โจมตีบอลในเขตโทษได้ดีกว่าตนเองเสียอีก โดยกล่าวติดตลกว่า “ผมเคยคิดว่าตัวเองเก่งเรื่องโหม่งแล้ว จนกระทั่งได้มาเจอกับเขา”
  • บทเรียนจากเกมเบรนท์ฟอร์ด: กองหลังทีมชาติอังกฤษยอมรับว่าทีมยังมีจุดบกพร่องเรื่องการปิดพื้นที่หน้าเขตโทษ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียประตูและต้องลุ้นเหนื่อยในช่วงท้ายเกม
  • สถานการณ์บนตารางคะแนน: ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนยูมี 61 คะแนน รั้งอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น ทิ้งห่างคู่แข่งร่วมลีกอย่างลิเวอร์พูลและวิลล่าไปแล้ว 3 คะแนน

เตรียมพร้อมศึกแดงเดือด: บททดสอบสำคัญที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

หลังจากที่ แม็กไกวร์ ซูฮก กาเซมีโร่ ถึงฟอร์มอันยอดเยี่ยม เขายังได้กำชับเพื่อนร่วมทีมให้มีสมาธิมากขึ้น เพราะโปรแกรมนัดถัดไปคือศึก “แดงเดือด” ที่ต้องเปิดบ้านต้อนรับ ลิเวอร์พูล ในคืนวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเป็นเกมตัดสินสำคัญในการการันตีพื้นที่ท็อปโฟร์

มุมมอง CLUBUFA: การที่ แม็กไกวร์ ซูฮก กาเซมีโร่ ออกสื่อแบบนี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตในทีมที่ยอดเยี่ยมมากครับ การได้แม็กไกวร์กลับมาบัญชาการเกมรับนอกจากจะเพิ่มความปึ้กแล้ว ยังช่วยให้กาเซมีโร่มีอิสระในการเติมขึ้นไปเล่นลูกตั้งเตะมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม คำเตือนของแม็กไกวร์เรื่องการปิดพื้นที่หน้าเขตโทษคือเรื่องจริงที่ห้ามมองข้าม เพราะถ้าปล่อยให้แนวรุกลิเวอร์พูลมีพื้นที่ส่องไกลแบบเกมเบรนท์ฟอร์ด มีหวังแฟนบอลผีแดงได้ลุ้นกันตัวโก่งแน่ คืนวันอาทิตย์นี้บอกเลยว่า “ห้ามกระพริบตา” ครับ!

แหล่งที่มา:siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

อยู่ต่อเลยได้ไหม! เจาะสถิติ กาเซมีโร่ ฟอร์มเด่นเกมนำ แมนยู ชนะ เบรนท์ฟอร์ด

กาเซมีโร่ แมนยู ฉลองประตูในเกมพบเบรนท์ฟอร์ด

กาเซมีโร่ แมนยู กลับมาทวงบัลลังก์จอมทัพหมายเลข 1 ได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังระเบิดฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซพาทัพ “ปีศาจแดง” เปิดบ้านแซงเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด ไปได้ 2-1 ในเกมมันเดย์ไนท์ที่ผ่านมา โดยมิดฟิลด์วัยเก๋าชาวบราซิเลียนทำผลงานได้โดดเด่นทั้งรุกและรับจนเว็บไซต์ Flashscore เทคะแนนให้สูงถึง 9.1/10 พร้อมคว้าตำแหน่ง Man of the Match ไปครองแบบไม่มีใครกล้าเถียง

เปิดตัวเลขสถิติรุก-รับสุดโหด: กาเซมีโร่ แมนยู กับคลาสฟุตบอลที่เหนือระดับ

ในวัย 34 ปี กาเซมีโร่แสดงให้เห็นว่าเขายังคงเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางที่ทีมขาดไม่ได้ โดยสถิติหลังจบเกม 90 นาทีมีตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อดังนี้:

สถิติที่น่าสนใจจำนวน / เปอร์เซ็นต์
ประตู1 ประตู (ประตูที่ 9 ในซีซั่นนี้)
สกัดบอลสำเร็จ11 จาก 12 ครั้ง (สูงสุดเกือบทำลายสถิติชีวิต)
สัมผัสบอล85 ครั้ง
ผ่านบอลแม่นยำ86%
เคลียร์บอล9 ครั้ง
ชนะดวลลูกกลางอากาศ75%

ส่งออกไปยังชีต

เจ้าพ่อโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และจอมทำลายล้างเกมรุก

สิ่งที่ทำให้แฟนบอลต้องทึ่งคือประสิทธิภาพในเกมรุก กาเซมีโร่กลายเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูในบ้านฤดูกาลนี้มากที่สุดถึง 7 ประตู และเป็นการยิงติดต่อกัน 3 นัดในรังเหย้าของตัวเอง

นอกจากนี้ ในแง่ของเกมรับ การเข้าสกัด (Tackles) ถึง 11 ครั้งในเกมเดียว ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในชีวิตการค้าแข้งของเขา เป็นรองเพียงแค่สมัยเล่นให้ เรอัล มาดริด ในปี 2017 (12 ครั้ง) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

มุมมอง CLUBUFA: ใครที่เคยบอกว่า กาเซมีโร่ แมนยู หมดสภาพ คงต้องรีบกลับไปคิดใหม่เลยครับ! เกมกับเบรนท์ฟอร์ดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าถ้าเขามีความฟิตที่สมบูรณ์และได้รับอิสระในการเล่น เขาคือมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ทั้งการสกัดบอลที่เด็ดขาดและการสอดขึ้นไปยิงประตูที่หวังผลได้ยิ่งกว่ากองหน้าบางคนเสียอีก การที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค ออกมาชื่นชมก่อนหน้านี้ว่าทีมมีส่วนผสมที่ลงตัว กาเซมีโร่นี่แหละครับคือ “วัตถุดิบหลัก” ที่จะขาดไปไม่ได้เลยหากแมนยูอยากกลับไปยิ่งใหญ่ในเวทียุโรปอีกครั้ง!

แหล่งที่มา:siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เมอร์สันเชื่อปืนแชมป์ลีกหากชนะฟูแล่มได้: อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อยู่แค่เอื้อม!

พอล เมอร์สัน มั่นใจ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หากชนะฟูแล่ม

อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เริ่มมีมูลความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด พอล เมอร์สัน กูรูฝีปากกล้าจาก สกาย สปอร์ตส์ ออกมายืนยันคำเดิมอย่างมั่นใจว่า ทัพ “ปืนใหญ่” จะสามารถเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาลนี้ได้อย่างแน่นอน หากพวกเขาสามารถเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เก็บ 3 คะแนนเต็มจาก ฟูแล่ม ได้ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

วิเคราะห์เงื่อนไข อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับแรงกดดันที่โยนให้แมนซิตี้

เมอร์สันมองว่าปัจจัยเรื่อง “จังหวะเวลา” ของโปรแกรมการแข่งขัน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้อาร์เซน่อลได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้าย

  • ทิ้งห่าง 6 คะแนน: หากอาร์เซน่อลชนะฟูแล่มได้ก่อนในวันเสาร์ พวกเขาจะทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 6 คะแนนทันที (แม้แข่งมากกว่า 2 นัดในตอนนั้น) ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพจิตใจของทัพเรือใบสีฟ้าอย่างมหาศาล
  • เกมเยือนสุดหินของซิตี้: แมนซิตี้มีคิวบุกเยือน กูดิสัน พาร์ค ของเอฟเวอร์ตันในวันจันทร์ ซึ่งเมอร์สันเชื่อว่าการลงเล่นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตามหลังจ่าฝูงถึง 6 แต้ม จะทำให้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เล่นด้วยความลำบากและอาจทำแต้มหลุดมือได้
  • โปรแกรมที่เหลือเป็นใจ: เมื่อดูจากคู่แข่งที่เหลืออย่าง เวสต์แฮม, คริสตัล พาเลซ และเบิร์นลี่ย์ (ที่ตกชั้นไปแล้ว) เมอร์สันเชื่อว่าอาร์เซน่อลมีความนิ่งพอที่จะเก็บชัยชนะรวดจนจบซีซั่น

มุมมอง CLUBUFA: การที่กูรูอย่างเมอร์สันมองว่า อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หากผ่านฟูแล่มได้ ถือเป็นการวิเคราะห์ที่เฉียบคมครับ เพราะฟูแล่มภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก ซิลวา มักจะทำแสบกับทีมใหญ่เสมอ หากปืนใหญ่ผ่านด่านนี้ไปได้ โมเมนตัมและความเชื่อมั่นจะพุ่งทะลุเพดานทันที ในขณะที่ซิตี้ต้องไปเล่นเกมเยือนเอฟเวอร์ตันที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น (ตามสถิติของอ็อปต้า) บอกเลยว่าความกดดันจะตกไปอยู่ที่ฝั่งสีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์แบบเต็มๆ ครับ!

แหล่งที่มา:thsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

คาร์ริคเผยคุยเซอร์จิมแต่แค่ให้กำลังใจ: แมนยู พบ เบรนท์ฟอร์ด คืนนี้จ่อตั๋ว UCL

ไมเคิ่ล คาร์ริค คุยกับ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ก่อนเกม แมนยู พบ เบรนท์ฟอร์ด

แมนยู พบ เบรนท์ฟอร์ด ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันจันทร์นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องกุนซือใหม่ที่โหมกระหน่ำ ล่าสุด ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมชั่วคราวของทัพ “ปีศาจแดง” ออกมาสยบข่าวลือหลังมีรายงานว่า เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมสโมสรเดินทางมาพบที่สนามซ้อมแคร์ริงตัน โดยคาร์ริคยืนยันว่าเป็นเพียงการดื่มชาและพูดคุยให้กำลังใจกันแบบไม่เป็นทางการเท่านั้น ไม่ได้มีการข้ามเส้นไปคุยเรื่องอนาคตหรือสัญญาถาวรแต่อย่างใด

เบื้องหลังวงน้ำชา! คาร์ริคยัน เซอร์ จิม หนุนหลังเต็มที่ก่อนเกม แมนยู พบ เบรนท์ฟอร์ด

สถานการณ์ของแมนยูกำลังสดใสหลังขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 และหากเก็บชัยชนะเหนือเบรนท์ฟอร์ดได้ในคืนนี้ โอกาสคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าจะสดใสทันที

  • คุยแบบเรียบง่าย: คาร์ริคเผยว่าการพบกับ เซอร์ จิม เป็นไปอย่างสบายๆ “เราแค่ดื่มชากันและคุยกันแบบไม่เป็นทางการ” ซึ่งสะท้อนถึงบรรยากาศที่ดีภายในสโมสร
  • สปิริตทีม: กุนซือวัย 44 ปีเน้นย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยงกันในทุกระดับของสโมสร ตั้งแต่บอร์ดบริหารจนถึงทีมสตาฟฟ์และนักเตะ
  • สมาธิอยู่ที่เกม: แม้สื่อจะพยายามขุดคุ้ยเรื่องผู้จัดการทีมคนใหม่ แต่คาร์ริคยังคงโฟกัสกับการทำหน้าที่ชั่วคราวให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเกมสำคัญในคืนนี้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

มุมมอง CLUBUFA: การที่ เซอร์ จิม ลงมาปรากฏตัวที่สนามซ้อมก่อนเกม แมนยู พบ เบรนท์ฟอร์ด คือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนครับว่าเขาพอใจกับผลงานของคาร์ริคมาก การเลือกคุยแบบ “ไม่เป็นทางการ” ช่วยลดความกดดันให้นักเตะและสตาฟฟ์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้ดีสุดๆ คืนนี้ถ้าคาร์ริคพาทีมเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จ ไม่แน่ว่า “น้ำชา” แก้วนั้นอาจจะกลายเป็น “สัญญาถาวร” ในเร็วๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้ครับ!

แหล่งที่มา:thsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แอนดรูว์สสั่งลูกทีมบุกแม้โปรแกรมโหด: เบรนท์ฟอร์ด พบ แมนยู คืนนี้มีเดือด!

คีธ แอนดรูว์ส กุนซือเบรนท์ฟอร์ดเตรียมแผนรับมือแมนยู

เบรนท์ฟอร์ด พบ แมนยู ในศึกพรีเมียร์ลีกมันเดย์ไนท์คืนนี้ โดย คีธ แอนดรูว์ส กุนซือทัพ “ตราผึ้ง” ประกาศกร้าวสั่งลูกทีมเปิดหน้าบุกใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไม่กลัวเกรง แม้โปรแกรม 5 นัดสุดท้ายจะสุดโหดต้องเจอทั้งซิตี้และลิเวอร์พูล แต่เจ้าตัวเชื่อมั่นว่าหากเก็บชัยชนะเหนือปีศาจแดงได้ในคืนนี้ ทีมจะทะยานขึ้นสู่อันดับ 6 ของตารางและมีโอกาสสูงในการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า

วิเคราะห์แท็กติก เบรนท์ฟอร์ด พบ แมนยู กับความมั่นใจของทัพตราผึ้ง

ปัจจุบันเบรนท์ฟอร์ดรั้งอันดับ 9 มี 48 คะแนน ตามหลังไบรท์ตันอันดับ 6 เพียง 2 แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่า 1 นัด ทำให้เกมคืนนี้คือโอกาสทองที่จะพลิกสถานการณ์ลุ้นพื้นที่ยุโรป

  • สถิติข่มขวัญ: แอนดรูว์สเน้นย้ำว่าฤดูกาลนี้เบรนท์ฟอร์ดเคยเอาชนะทั้งแมนยูและลิเวอร์พูลมาได้แล้ว ทำให้ลูกทีมไม่มีความกลัวและพร้อมจะเล่นเกมรุกตามสไตล์
  • บุกสถานเดียว: กุนซือเบรนท์ฟอร์ดมองว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องตั้งรับ แม้จะต้องออกไปเยือนสนามที่ยากลำบาก แต่ด้วยตำแหน่งในตารางที่ได้ลุ้น ทำให้ต้องเน้นคว้า 3 แต้มทุกนัด
  • ความสัมพันธ์ศิษย์เก่า: แอนดรูว์สยังร่วมแสดงความยินดีกับ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ อดีตลูกทีมที่ย้ายไปประสบความสำเร็จกับแมนยู ซึ่งถือเป็นเรื่องราวที่น่าภูมิใจของสโมสร

มุมมอง CLUBUFA: เกม เบรนท์ฟอร์ด พบ แมนยู คืนนี้รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ เพราะเบรนท์ฟอร์ดไม่มีอะไรจะเสียและกำลังคึกสุดๆ การที่แอนดรูว์สสั่งบุกใส่แมนยูที่กำลังมีปัญหาเรื่องกองหลังบาดเจ็บหลายราย ถือเป็นแผนที่ชาญฉลาดมากครับ จุดตัดสินใจสำคัญคือความเฉียบคมของแนวรุกตราผึ้งว่าจะเจาะกำแพงของปีศาจแดงได้เร็วแค่ไหน ถ้าขึ้นนำก่อนได้ บอกเลยว่าแมนยูเหนื่อยแน่ และมีสิทธิ์ที่อันดับ 6 จะเปลี่ยนหน้าเป็นเบรนท์ฟอร์ดหลังจบเกมนี้ครับ!

แหล่งที่มา:thsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แมนยู เสริมทัพ กองกลาง-หน้าเป้าด่วน! ซาฮาชี้ทางสว่างกู้วิกฤตปีศาจแดง

ข่าว แมนยู เสริมทัพ กองกลาง และกองหน้าตามคำแนะนำของซาฮา

แมนยู เสริมทัพ กองกลาง และกองหน้าตัวเป้าคือภารกิจสำคัญที่สุดในซัมเมอร์นี้ตามมุมมองของ หลุยส์ ซาฮา อดีตดาวยิงระดับตำนาน โดยชี้ว่าแม้ทีมจะทุ่มเงินเกือบ 200 ล้านปอนด์คว้าสตาร์อย่าง เอ็มเบอโม่ และ เชชโก้ มาร่วมทีมแล้ว แต่หากต้องการยกระดับเพื่อสู้ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า การหาแข้งใหม่มาคุมจังหวะเกมแดนกลางและเพิ่มมิติในแดนหน้าคือสิ่งที่มองข้ามไม่ได้

เจาะสเปกนักเตะที่ แมนยู เสริมทัพ กองกลาง ต้องมีโปรไฟล์ระดับโลกตามรอยไรซ์

ซาฮาเน้นย้ำว่าตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางคือจุดที่เปราะบางที่สุด โดยเฉพาะในวันที่ กาเซมีโร่ เริ่มโรยราหรืออนาคตไม่แน่นอน

  • จอมทัพสไตล์ เดแคลน ไรซ์: สโมสรต้องการกองกลางที่มีพละกำลังสูง สามารถครองเกมได้ทั่วสนามและช่วยยกระดับสมดุลของทีม
  • กองหน้าตัวเป้ามิติใหม่: แม้ เบนยามิน เชชโก้ จะมีศักยภาพสูงแต่ยังขาดความเฉียบคมในบางจังหวะ ซาฮาจึงเสนอให้หาหน้าเป้าคนใหม่ที่มีสไตล์แตกต่างเข้ามาสลับสับเปลี่ยน
  • เกมรับที่แข็งแกร่ง: นอกเหนือจากแดนกลาง หากสามารถคว้าตัว มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน มาเสริมหลังบ้านได้ จะถือเป็นการยกระดับทีมสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง

มุมมอง CLUBUFA: การที่ แมนยู เสริมทัพ กองกลาง ตามที่ซาฮาแนะนำถือว่าเกาถูกที่คันครับ เพราะปัจจุบันพึ่งพาความนิ่งของกาเซมีโร่มากเกินไป การได้มิดฟิลด์สายพลังงานที่มีโปรไฟล์แบบไรซ์จะช่วยให้ดาวรุ่งอย่างเมนูเล่นง่ายขึ้นเยอะ ส่วนในรายของเชชโก้ถ้ามีหน้าเป้าเก๋าๆ มาช่วยประคองหรือกดดันตำแหน่ง จะช่วยรีดฟอร์มเก่งของเจ้าหนูคนนี้ออกมาได้ดีกว่าเดิมแน่นอนครับ!

แหล่งที่มา:thsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แมนยู ขาด กองหลัง เพียบ! คาร์ริคลั่นไม่กังวล เชื่อมือดาวรุ่งบวกแม็กไกวร์คืนทัพ

ข่าว แมนยู ขาด กองหลัง ตัวหลักหลายคนก่อนเกมเบรนท์ฟอร์ด

แมนยู ขาด กองหลัง ตัวหลักเกือบยกชุดกลายเป็นประเด็นร้อนก่อนเกมมันเดย์ไนท์ ทว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือรักษาการของ “ปีศาจแดง” ออกมายืนยันหนักแน่นว่าไม่รู้สึกกังวลกับปัญหาดังกล่าว แม้ทีมจะกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ได้สำเร็จ โดยเจ้าตัวเชื่อมั่นในขุมกำลังที่มีอยู่ ทั้งกลุ่มนักเตะมากประสบการณ์และดาวรุ่งพรสวรรค์สูงที่พร้อมก้าวขึ้นมาพิสูจน์ตัวเอง

สรุปสถานการณ์ แมนยู ขาด กองหลัง กับการจัดทัพกู้วิกฤตรับมือเบรนท์ฟอร์ด

แม้รายชื่อแนวรับที่บาดเจ็บและติดโทษแบนจะยาวเป็นหางว่าว แต่คาร์ริคยังมองโลกในแง่ดีและชื่นชมหัวจิตหัวใจของบรรดาดาวรุ่งที่ทำผลงานได้เกินคาดในเกมที่ผ่านมา

  • อัปเดตตัวแบนและเจ็บ: ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยังชดใช้โทษแบน ส่วน มัทไธส์ เดอ ลิกต์ ยังไม่ฟิตเต็มร้อยจากอาการเจ็บหลังเรื้อรัง ทำให้ทีมต้องฝากความหวังไว้ที่ตัวสำรองและดาวรุ่ง
  • ข่าวดีในแนวรับ: แฮร์รี่ แม็กไกวร์ พ้นโทษแบนกลับมาคุมหลังบ้านได้ทันเวลาพอดี และ เลนี่ โยโร่ มีลุ้นกลับมามีชื่อในทีมอีกครั้ง
  • ดาวรุ่งแจ้งเกิด: คาร์ริคชมเชย อายเดน เฮฟเว่น วัย 19 ปีที่แบกเกมรับจนทีมเฉือนเชลซี 1-0 โดยชี้ว่านี่คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสายเลือดใหม่และแข้งเก๋า
  • ข่าวลือเสริมทัพ: สโมสรเริ่มขยับตัวมองหาเซนเตอร์รายใหม่ โดยมีชื่อของ มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน จากสเปอร์ส ตกเป็นเป้าหมายในช่วงซัมเมอร์นี้

มุมมอง CLUBUFA: การที่ แมนยู ขาด กองหลัง ตัวหลักไปเกือบหมดแต่ยังรักษาสถิติคลีนชีตและเก็บแต้มได้ต่อเนื่อง ต้องยกเครดิตให้การวางหมากของคาร์ริคครับ เขาเลือกใช้ “ความสด” ของดาวรุ่งมาอุดรอยรั่วได้ถูกจังหวะ การได้แม็กไกวร์กลับมาในคืนนี้จะช่วยเพิ่มความนิ่งได้เยอะมาก หากปีศาจแดงยังผ่านวิกฤตแนวรับนี้ไปได้เรื่อยๆ โควต้า UCL ที่หวังไว้ก็อยู่แค่เอื้อมแล้วครับ!

แหล่งที่มา:thsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก