แอสตัน วิลล่า ได้สร้างความฮือฮาในตลาดซื้อขายนักเตะอีกครั้ง ด้วยการประกาศคว้าตัวกองกลางดาวรุ่งทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ การย้ายทีมครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง แต่ยังสร้างสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรอีกด้วย.
เบื้องหลังดีลประวัติศาสตร์: วิลล่า เซ็น มานซัมบี้ ปาดหน้านิวคาสเซิล
ดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ย้ายมาจากสโมสรไฟร์บวร์กด้วยมูลค่าเกือบ 59.5 ล้านปอนด์ ซึ่งรวมโบนัสตามรายงานของสกาย สปอร์ต เยอรมัน ซึ่งแซงหน้าสถิติเดิมที่ทัพสิงห์ผงาดเคยจ่าย 50 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว อมาดู โอนาน่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2024 ก่อนหน้านี้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เคยตกลงค่าตัวกับไฟร์บวร์กได้ที่ 49 ล้านปอนด์ แต่ทีมจากเวสต์มิดแลนด์ได้ยื่นข้อเสนอที่สูงกว่าเพื่อคว้าตัวแข้งรายนี้ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นในฟุตบอลโลก 2022 โดยยิงไปถึง 3 ประตูและพาทีมเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ การเสริมทัพครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทีมมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมเต็มขุมกำลังในแดนกลาง หลังจากที่ได้ปล่อย ยูริ ตีเลอมันส์ ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าฉีกสัญญา 35 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ ทีมยังต้องเผชิญกับปัญหาการขาดหายไปของ อมาดู โอนาน่า ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่าระหว่างการรับใช้ทีมชาติเบลเยียมในฟุตบอลโลก และจะต้องพักยาวไปจนถึงปีหน้า แม้สโมสรจะมีสถานะทางการเงินที่ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎไฟแนนเชียลแฟร์เพลย์ของยูฟ่า และมีข่าวลือว่า ลูก้าส์ ดีญ แบ็กซ้ายเตรียมย้ายกลับไปปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ก็ยังทุ่มทุนคว้าตัวนักเตะรายนี้มาได้สำเร็จ.
ในมุมมองของ CLUBUFA การทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวกองกลางดาวรุ่งอนาคตไกลเข้ามา แม้ทีมจะเผชิญข้อจำกัดทางการเงิน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแอสตัน วิลล่า ในการยกระดับทีมให้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง การได้นักเตะที่มีคุณภาพมาร่วมทีมในเวลาที่เหมาะสมเช่นนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษามาตรฐานและเป้าหมายของสโมสร.
