clubufa.tv

⚽ ฟุตบอลโลก 2026 เริ่มใน
--
วัน
:
--
ชม.
:
--
นาที
:
--
วินาที
ดูสดฟรี คลิ๊กเลย →
48ทีม
104นัด
16เมืองเจ้าภาพ
39วัน
11 มิ.ย.เริ่มแข่ง
19 ก.ค.นัดชิง
3ประเทศเจ้าภาพ
100%ฟรี
48ทีม
104นัด
16เมืองเจ้าภาพ
39วัน
11 มิ.ย.เริ่มแข่ง
19 ก.ค.นัดชิง
3ประเทศเจ้าภาพ
100%ฟรี

ปิดตำนานคู่หูยุคทอง! ซาลาห์ โพสต์ซึ้งถึง โรเบิร์ตสัน อำลาลิเวอร์พูล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โพสต์ซึ้งถึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนที่ทั้งคู่จะอำลาลิเวอร์พูล

สรุปโมเมนต์ ซาลาห์ โพสต์ซึ้งถึง โรเบิร์ตสัน อำลาลิเวอร์พูล ปิดฉาก 9 ปีแอนฟิลด์

กลายเป็นโมเมนต์เรียกน้ำตาจากสาวก “เดอะ ค็อป” ทั่วโลก เมื่อสองนักเตะระดับตำนานของทีมกำลังจะหมดสัญญาและเตรียมโบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์ไปพร้อมๆ กันหลังจบฤดูกาลนี้ ล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โพสต์ซึ้งถึง โรเบิร์ตสัน อำลาลิเวอร์พูล ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อแสดงความเคารพและยกย่องเพื่อนรักที่ร่วมรบกันมาอย่างยาวนาน

สรุปเหตุการณ์สุดประทับใจ:

  • ข้อความจากใจบังโม: ซาลาห์ ได้โพสต์ภาพคู่กับแบ็กซ้ายชาวสกอตแลนด์ พร้อมแคปชั่นสุดซึ้งว่า “จากภาพเหล่านี้ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันของเรา ผมแทบไม่ต้องพูดอะไรเกี่ยวกับการจากไปของนายเลย มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนของนาย นายคว้ามาหมดแล้วทุกแชมป์ และจากไปในฐานะตำนาน ผมมั่นใจว่าเราจะได้พบกันอีก”
  • ร็อบโบ้ตอบกลับ: ทางด้าน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็ไม่รอช้า เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับดาวยิงทีมชาติอียิปต์แบบสั้นๆ แต่กินใจว่า “เป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมมากเลยเพื่อน” (ก่อนหน้านี้ ร็อบโบ้ ก็เคยโพสต์ขอบคุณซาลาห์มาแล้วในตอนที่ซาลาห์ประกาศอำลาทีม)
  • ตำนานผู้สร้างยุคทอง: ทั้งคู่ย้ายมาสวมเสื้อลิเวอร์พูลพร้อมกันในปี 2017 และถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุดในการพาทีมกลับมายิ่งใหญ่ ด้วยผลงานชิ้นโบแดงในการกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 9 ปี

มุมมอง CLUBUFA: ใจหายสุดๆ ครับงานนี้! การเสียทั้ง ซาลาห์ และ โรเบิร์ตสัน ไปพร้อมๆ กันในซัมเมอร์เดียว ถือเป็นการรูดม่านปิดฉาก “ยุคทอง” ของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง ทั้งคู่คือแกนหลักฝั่งขวาและซ้ายที่ช่วยแบกเกมรุกและเกมรับของทีมมาตลอดเกือบสิบปี โพสต์นี้แสดงให้เห็นถึงความเคารพและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นในห้องแต่งตัว ไม่ว่าฤดูกาลหน้าทั้งคู่จะย้ายไปสวมเสื้อสีอะไร แต่ชื่อและผลงานของพวกเขาจะถูกจารึกไว้บนหิ้ง “ตำนาน” ของแอนฟิลด์ตลอดไปแน่นอนครับ!

แหล่งที่มา:pptvhd36
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ปิดตำนาน 9 ปี! ย้อน 5 โมเมนต์ ร็อบโบ้ ขวัญใจแอนฟิลด์ ผู้ไม่เคยยอมแพ้

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กับ 5 โมเมนต์ ร็อบโบ้ ขวัญใจแอนฟิลด์ ตำนานแบ็กซ้ายลิเวอร์พูล

สรุป 5 โมเมนต์ ร็อบโบ้ ขวัญใจแอนฟิลด์ จากแข้งไร้ชื่อสู่ตำนานลิเวอร์พูล

การประกาศอำลาทีมหลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ของ “แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน” ปิดฉากเส้นทาง 9 ปีอันยิ่งใหญ่ในสีเสื้อลิเวอร์พูล นี่ไม่ใช่แค่การจากลาของแบ็กซ้ายธรรมดา แต่คือเรื่องราวของชายผู้ใช้ความมุ่งมั่นพุ่งชนความสำเร็จ และนี่คือสรุป 5 โมเมนต์ ร็อบโบ้ ขวัญใจแอนฟิลด์ ที่ทำให้เดอะค็อปรักเขาสุดหัวใจ

  • จากคนนอกสายตาสู่ความฝัน (ปี 2017): จากเด็กที่เคยถูกอะคาเดมีเซลติกปล่อยตัว และเคยตกชั้นกับฮัลล์ ซิตี้ การได้ก้าวเท้าเข้าสู่สนามซ้อมลิเวอร์พูลในวันแรกคือจุดเริ่มต้นของนักเตะธรรมดาๆ ที่พร้อมจะใช้ความพยายามพิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลก
  • วิ่งเพรส 90 หลา คว้าใจเดอะค็อป: ในเกมดวล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร็อบโบ้โชว์ลูกขยันวิ่งไล่เพรสซิ่งบอลตั้งแต่แดนตัวเองไปจนถึงหน้าประตูคู่แข่งระยะกว่า 90 หลา แม้จังหวะนั้นจะฟาวล์ แต่สปิริตการวิ่งสู้ฟัดทำให้แฟนบอลทั้งแอนฟิลด์ลุกขึ้นปรบมือให้เกียรติอย่างกึกก้อง
  • เปลี่ยนน้ำตาเป็นถ้วยแชมป์ยุโรป (ปี 2019): หลังอกหักพ่าย เรอัล มาดริด ในนัดชิง UCL ปี 2018 ร็อบโบ้และผองเพื่อนกลับมาใหม่ในปีถัดมา และคว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ พร้อมวาทะเด็ด “ผมก็แค่เด็กจากกลาสโกว์ที่ได้ใช้ชีวิตตามความฝัน”
  • ประตูพลิกนรก เปลี่ยนโมเมนตัมซีซั่น: ในฤดูกาลคว้าแชมป์ลีก (2019-20) เกมเยือน แอสตัน วิลล่า ร็อบโบ้โหม่งตีเสมอในนาทีที่ 87 ก่อนทีมจะพลิกชนะช่วงทดเจ็บ สิ่งที่น่าประทับใจคือเขาไม่ฉลอง แต่รีบวิ่งกลับแดนตัวเองเพื่อกระตุ้นเพื่อนให้ลุยต่อ สะท้อนถึงหัวใจของ “ผู้ชนะ” อย่างแท้จริง
  • ฉลองแชมป์ที่สมบูรณ์แบบกับแฟนบอล: หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกยุคโควิดที่ไร้แฟนบอล การได้กลับมาชูถ้วยรางวัลในแอนฟิลด์ที่อัดแน่นไปด้วยเสียงเชียร์ รอยยิ้ม และอ้อมกอดของเดอะค็อปในเวลาต่อมา คือการเติมเต็มความฝันและปิดท้ายเรื่องราวของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

มุมมอง CLUBUFA: ร็อบโบ้คือตัวแทนของ “คนชนชั้นแรงงาน” ในโลกฟุตบอลครับ! เขาอาจจะไม่ได้มีพรสวรรค์สูงส่งหรือลีลาแซมบ้าเหมือนซูเปอร์สตาร์คนอื่น แต่สิ่งที่มีเกินร้อยคือ “หัวใจนักสู้” และ “ปอดเหล็ก” ที่วิ่งขึ้นลงไม่มีหมดตลอด 90 นาที การจากไปของเขาลิเวอร์พูลไม่ได้เสียแค่แบ็กซ้ายตัวจริง แต่เสียผู้นำทางจิตวิญญาณที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนธรรมดากล้าที่จะฝันใหญ่ ตำนานของ ร็อบโบ้ จะถูกเล่าขานในแอนฟิลด์ไปอีกนานแสนนานครับ!

แหล่งที่มา:pptvhd36
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

สัปดาห์ชี้ชะตา! อาร์เซน่อล ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เบียด แมนซิตี้ ใครจะนิ่งกว่ากัน?

วิเคราะห์สถานการณ์ อาร์เซน่อล ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เบียด แมนซิตี้ โค้งสุดท้าย

สรุปสถานการณ์ อาร์เซน่อล ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เบียด แมนซิตี้ โค้งสุดท้าย

สถานการณ์แย่งถ้วยพรีเมียร์ลีกกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา! ทัพ “ปืนใหญ่” เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาจากการเก็บชัยชนะในเวทียุโรป ซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพจิตใจก่อนกลับมาเปิดบ้านรับมือ บอร์นมัธ ในสุดสัปดาห์นี้ แมตช์นี้สำคัญมากเพราะพวกเขาต้องการ 3 แต้มเพื่อรักษาช่องว่าง 12 คะแนน และโยนความกดดันทั้งหมดไปให้ผู้ตามอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทางฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังอยู่ในช่วงเครื่องร้อนสุดขีด ฟอร์มดุดันกวาดชัยชนะในบอลถ้วยมาต่อเนื่อง ทั้งสยบอาร์เซน่อลในนัดชิงคาราบาวคัพ และเขี่ยลิเวอร์พูลร่วงเอฟเอคัพ โมเมนตัมความมั่นใจของแมนฯ ซิตี้ ตอนนี้ถือว่าน่ากลัวสุดๆ

ปัจจัยตัดสินแชมป์ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแท็กติกหรือคุณภาพผู้เล่น แต่คือ “สภาพจิตใจ” ล้วนๆ อาร์เซน่อลต้องนิ่งพอที่จะเก็บชัยชนะเหนือทีมฟอร์มสดอย่างบอร์นมัธให้ได้ เพราะหากพลาดสะดุดเสมอหรือแพ้ แมนฯ ซิตี้ ที่รอจังหวะอยู่พร้อมจะปาดหน้าแซงทางโค้งทันที!

📌 โปรแกรมพรีเมียร์ลีก 2 ทีมลุ้นแชมป์ (ร่วมลุ้นร่วมเชียร์ ดูบอลสด ได้ที่นี่ ภาพคมชัด ไม่มีสะดุด!)

  • วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2026 เวลา 18.30 น. | (1) อาร์เซน่อล พบ บอร์นมัธ (13)
  • วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2026 เวลา 22.30 น. | (6) เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้ (2)
    (หมายเหตุ: แมนฯ ซิตี้ แข่งน้อยกว่า 1 นัด ตามหลัง 9 แต้ม)

มุมมอง CLUBUFA: โค้งสุดท้ายแบบนี้ วัดกันที่ความนิ่งของแท้เลยครับ! อาร์เซน่อล ได้เปรียบเรื่องแต้มตุนไว้ในกระเป๋า แต่ความเก๋าเกมและความเคี้ยวของลูกทีมเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้ สัปดาห์นี้ถ้าปืนใหญ่สยบบอร์นมัธได้ ก็จะโยนความเครียดไปให้เรือใบสีฟ้าที่ต้องไปเยือนเชลซีทันที แต่ถ้าพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ แมนฯ ซิตี้ พร้อมเสียบแน่นอน! แฟนบอลตัวจริงห้ามพลาด ร่วมลุ้นระทึกและ ดูบอลสดได้ที่นี่ ครบทุกแมตช์ระดับ Full HD ครับ!

แหล่งที่มา:pptvhd36
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เรื่องราวของ ซังต์ เพาลี กับ บาเยิร์น มิวนิค: จากคู่แข่งต่างขั้วสู่มิตรภาพลูกหนัง!

เรื่องราวของ ซังต์ เพาลี กับ บาเยิร์น มิวนิค สองสโมสรฟุตบอลจากเยอรมนีที่มีมิตรภาพอันดีต่อกัน

ในโลกของฟุตบอลที่ขับเคลื่อนด้วยผลแพ้ชนะ มีคำกล่าวที่ว่า “ศัตรูของศัตรูคือมิตร” แต่นั่นคงใช้ไม่ได้กับ เรื่องราวของ ซังต์ เพาลี กับ บาเยิร์น มิวนิค เพราะนี่คือการพบกันของสองสโมสรที่อยู่คนละขั้วอุดมการณ์ ราวกับมาจากคนละโลก แต่กลับมีสายใยความผูกพันที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ฟุตบอลนั้นยิ่งใหญ่กว่าผลสกอร์บนกระดาน

สรุป เรื่องราวของ ซังต์ เพาลี กับ บาเยิร์น มิวนิค จากสงครามชนชั้นสู่วันที่ยื่นมือช่วยเหลือกัน

หากมองโครงสร้างของทั้งสองทีม พวกเขาคือเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน ซังต์ เพาลี คือทีมของชนชั้นแรงงานแห่งฮัมบูร์ก ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์การเมืองฝ่ายซ้าย วัฒนธรรมพังก์ และสปิริตของชุมชนอย่างแท้จริง ในขณะที่ บาเยิร์น มิวนิค คือสัญลักษณ์ของทุนนิยม ความหรูหรา และสโมสรระดับองค์กรที่กวาดแชมป์มานับไม่ถ้วนจนได้ฉายา “เอฟซี ฮอลลีวู้ด”

สื่อเยอรมันในอดีตมักเสี้ยมให้เกมคู่คี่นี้เป็น “สงครามชนชั้น” ทว่าเรื่องราวกลับพลิกผันและสร้างความทรงจำที่น่าเหลือเชื่อ ดังนี้:

  • ค่ำคืนแห่งปาฏิหาริย์ (ปี 2002): ซังต์ เพาลี ที่กำลังจมบ๊วย สร้างประวัติศาสตร์พลิกล็อกเอาชนะ บาเยิร์น (ที่เพิ่งคว้าแชมป์สโมสรโลก) ไปได้ 2-1 จนแฟนบอลทำเสื้อฉลองชัยว่า “ผู้เอาชนะแชมป์โลก” แต่สุดท้ายชัยชนะนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้ ซังต์ เพาลี ร่วงตกชั้นไปในที่สุด
  • วิกฤตล้มละลาย (ปี 2003): ซังต์ เพาลี ตกต่ำถึงขีดสุด เป็นหนี้เกือบ 2 ล้านยูโร และเสี่ยงหล่นไปอยู่ลีกระดับ 3 พวกเขาดิ้นรนขายเสื้อ “Retter” (ผู้กู้ชีพ) เพื่อระดมทุน
  • ศัตรูผู้ยื่นมือช่วย: ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด อูลี่ เฮอเนส ประธานบาเยิร์น ตัดสินใจพาทีมชุดใหญ่มาเตะกระชับมิตรเพื่อระดมทุน และยกรายได้จากค่าตั๋วทั้งหมด (ราว 200,000 ยูโร) ให้ซังต์ เพาลี แม้จะเป็นเงินไม่เยอะสำหรับเสือใต้ แต่มันคือการต่อลมหายใจให้ทีมจากฮัมบูร์ก จนแฟนบอลคู่แข่งต้องแขวนป้ายขอบคุณเฮอเนสจากใจจริง
  • มิตรภาพที่ยั่งยืน: ปัจจุบัน ซังต์ เพาลี กลับมาลุยบุนเดสลีกาได้อีกครั้ง (ฤดูกาล 2024-2025/26) แม้เป้าหมายในสนามจะต่างกัน (ทีมหนึ่งลุ้นแชมป์ ทีมหนึ่งหนีตกชั้น) แต่เฮอเนสก็ยังเคยร่วมระดมทุนซื้อหุ้นสหกรณ์ช่วยทีม และทั้งสองสโมสรยังคงจับมือกันรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิวอย่างแข็งขัน

มุมมอง CLUBUFA: อ่านแล้วขนลุกเลยครับ! นี่แหละคือ “เสน่ห์ของฟุตบอลเยอรมัน” ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ ความสัมพันธ์ของสองทีมนี้สอนให้รู้ว่า เราสามารถสู้กันแทบตายในสนามตลอด 90 นาทีได้ แต่เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลา หรือในยามที่เพื่อนร่วมวงการกำลังจะจมน้ำตาย การยื่นมือเข้าไปช่วยคือ “ความคลาสสิก” ที่เงินก็ซื้อไม่ได้ครับ บาเยิร์นได้ใจแฟนบอลไปเต็มๆ ส่วนซังต์ เพาลีก็พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งชุมชนที่ไม่ยอมแพ้ นี่คือสตอรี่ลูกหนังที่โคตรจะเท่และควรถูกเล่าขานไปอีกนานครับ!

แหล่งที่มา:pptvhd36
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

สล็อต ไม่กังวลอนาคตคุมทัพ ลิเวอร์พูล: ลั่นบอร์ด-แฟนบอลยังหนุนหลังเต็มที่!

อาร์เน่อ สล็อต ไม่กังวลอนาคตคุมทัพ ลิเวอร์พูล ยืนยันบอร์ดบริหารและแฟนบอลยังคงสนับสนุนเต็มที่

เก้าอี้ยังแข็งแรงดีไม่มีสั่นคลอน! อาร์เน่อ สล็อต กุนซือชาวดัตช์ของ “หงส์แดง” ออกโรงเปิดใจแบบหมดเปลือก ยืนยันชัดเจนว่า สล็อต ไม่กังวลอนาคตคุมทัพ ลิเวอร์พูล แม้ผลงานของทีมในช่วงหลังจะดิ่งลงจนโดนกระแสวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมซูฮกสปิริตแฟนบอล เดอะ ค็อป ที่ยังคงร้องเพลงให้กำลังใจแม้ทีมจะเพิ่งเผชิญกับความพ่ายแพ้อันขมขื่นก็ตาม

เจาะบทสัมภาษณ์ สล็อต ไม่กังวลอนาคตคุมทัพ ลิเวอร์พูล พร้อมลุยต่อเพื่อตั๋ว ชปล. ฤดูกาลหน้า

กุนซือวัย 47 ปี ซึ่งยังมีสัญญาผูกมัดในถิ่นแอนฟิลด์จนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2027 ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่จะเปิดบ้านรับมือ ฟูแล่ม โดยย้ำว่าเขาไม่รู้สึกกดดันกับสถานการณ์ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย เพราะสโมสรเข้าใจดีถึงช่วงเวลาแห่งความยากลำบากที่ทีมกำลังเผชิญอยู่

ประเด็นสำคัญจากบทสัมภาษณ์ของ อาร์เน่อ สล็อต:

  • บอร์ดบริหารแบ็กอัปเต็มร้อย: สล็อตเผยว่าเขาได้รับการซัพพอร์ตอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่จากฝั่งเจ้าของทีม แต่รวมถึง ริชาร์ด ฮิวจ์ส และ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ สองคีย์แมนสำคัญของบอร์ดบริหารที่คอยสนับสนุนเขาอยู่เสมอ
  • ซูฮกสปิริตแฟนบอล: สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจที่สุดคือแพสชั่นของแฟนบอล เขายกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ปารีส หลังเกมที่โดน แมนฯ ซิตี้ ถล่ม 4-0 ทันทีที่นักเตะออกไปวอร์มดาวน์ แฟนบอลลิเวอร์พูลก็ยังคงร้องเพลง ‘เรารักลิเวอร์พูล’ และปรบมือให้กำลังใจนักเตะ ทั้งๆ ที่ทีมโชว์ฟอร์มได้แย่ตลอด 90 นาที
  • ยอมรับช่องว่างกับเปแอสเช: สล็อตยอมรับตามตรงว่า ในเกมที่เจอกับแชมป์ยุโรปอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมได้เห็นความจริงว่าระดับฝีเท้ายังห่างชั้นกันอยู่มาก แต่นั่นคือแรงผลักดันชั้นดีที่แสดงให้เห็นว่าทีมต้องเร่งพัฒนา
  • โฟกัสตั๋วยุโรปฤดูกาลหน้า: เป้าหมายสูงสุดในตอนนี้คือการใช้เวลาที่มีอยู่เพื่อยกระดับฟอร์มการเล่นในลีกให้ดีที่สุด เพื่อคว้าโควตากลับไปลุยเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า และพิสูจน์ให้เห็นว่าทีมสามารถยกระดับขึ้นไปสู้กับทีมระดับท็อปได้อีกครั้ง

มุมมอง CLUBUFA: สถานการณ์ของลิเวอร์พูลตอนนี้ต้องบอกว่าน่าเห็นใจ สล็อต เหมือนกันครับ! การเข้ามารับไม้ต่อจากยุคที่ยิ่งใหญ่มันมาพร้อมความคาดหวังที่สูงปรี๊ด แถมยังต้องเจอกับปัญหาฟอร์มตกของคีย์แมนหลายคน การที่บอร์ดยังให้การสนับสนุนถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยลดความกดดันในห้องแต่งตัว แต่ฟุตบอลอาชีพสุดท้ายแล้ว “ผลการแข่งขันคือตัวตัดสิน” ครับ สล็อตต้องรีบหาจุดเปลี่ยนและพาทีมกลับมาเก็บ 3 แต้มให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะเกมในลีกที่พลาดไม่ได้อีกแล้ว หากยังหวังที่จะพาทีมไปลุยถ้วยบิ๊กเอียร์ในซีซั่นหน้า!

แหล่งที่มา:pptvhd36
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

คาดการณ์ไลน์อัพ อาร์เซน่อล พบ บอร์นมัธ: ฮาแวร์ตซ์-มาร์ติเนลลี่ คืนตัวจริงล่าชัย!

คาดการณ์ไลน์อัพ อาร์เซน่อล พบ บอร์นมัธ นัดสำคัญศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แฟนบอลปืนใหญ่ห้ามพลาดเด็ดขาด! การแข่งขันพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญในวันเสาร์ที่ 11 เมษายนนี้ เราจะพามาเจาะลึก คาดการณ์ไลน์อัพ อาร์เซน่อล พบ บอร์นมัธ ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งแมตช์นี้มีความหมายอย่างยิ่งยวดต่อทัพ “ปืนใหญ่” เพราะหากเก็บ 3 คะแนนเต็มได้ จะเป็นการขยับช่องว่างหนีห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งลุ้นแชมป์ออกไปไกลถึง 12 คะแนน ก่อนที่ทัพเรือใบสีฟ้าจะต้องไปเจองานหนักบุกเยือน เชลซี ในวันอาทิตย์

เจาะลึก คาดการณ์ไลน์อัพ อาร์เซน่อล พบ บอร์นมัธ จัดเต็มขุมกำลังปืนใหญ่สยบเดอะ เชอร์รี่ส์

เกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือจอมแท็กติก ต้องเจอปัญหาปวดหัวในการจัดทัพพอสมควร เนื่องจากมีนักเตะแกนหลักหลายรายสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์และอาจพลาดการลงสนาม ไม่ว่าจะเป็น บูกาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดอการ์ด, เยอร์เรียน ทิมเบอร์ รวมถึง เอเบเรชี่ เอเซ่ ทำให้ต้องมีการโรเตชั่นนักเตะในหลายตำแหน่ง ดังนี้

  • ผู้รักษาประตู: ดาบิด ราย่า ยังคงจองสัมปทานมือหนึ่งอย่างเหนียวแน่น ผลงานซูเปอร์เซฟพาเกมพาทีมเฉือนชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อกลางสัปดาห์ การันตีว่าเขาคือหัวใจในแนวรับ ทั้งความหนึบและการออกบอลด้วยเท้าที่แม่นยำ
  • กองหลัง: คริสเตียน มอสเกร่า, วิลเลียม ซาลีบา, กาเบรียล มากัญเญส, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ แนวรับอาจต้องพัก ปิเอโร่ อินกาปิเอ้ ไว้ใช้ในเกมยุโรป และส่ง คาลาฟิออรี่ ยืนแบ็กซ้าย ส่วนแบ็กขวาให้โอกาส มอสเกร่า ลงมาแบ่งเบาภาระของ เบน ไวท์ ที่กรำศึกหนักมาต่อเนื่อง โดยมีคู่หูภูผาหิน ซาลีบา และ มากัญเญส คุมจังหวะตรงกลางเช่นเดิม
  • กองกลาง: มาร์ติน ซูบีเมนดี้, เดแคลน ไรซ์ แดนกลางคือจุดที่อาร์เตต้าไม่ต้องการเสี่ยงปรับเปลี่ยน หากฟิตสมบูรณ์ ซูบีเมนดี้ และ ไรซ์ จะรับบทมิดฟิลด์คู่กลางคอยขับเคลื่อนเกม ซึ่งทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างลงตัวสุดๆ
  • แนวรุก: โนนี่ มาดูเอเก้, ไค ฮาแวร์ตซ์, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ เมื่อ ซาก้า และ เอเซ่ ไม่สมบูรณ์ ส่วน โอเดอการ์ด ต้องการการพักฟื้น โอกาสจึงตกเป็นของ ฮาแวร์ตซ์ ที่เพิ่งสวมบทฮีโร่ในฟุตบอลยุโรป ได้ลงมาสร้างสรรค์เกมร่วมกับ มาดูเอเก้ ทางฝั่งขวา และ มาร์ติเนลลี่ ทางฝั่งซ้าย (แทนที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่มีอาการเจ็บรบกวน)
  • กองหน้าตัวเป้า: วิคตอร์ โยเคเรส ยังคงเป็นตัวเลือกลำดับแรกในระบบของอาร์เตต้า ด้วยสไตล์ที่เข้ากับแท็กติกของทีม หากนัดนี้จูนเครื่องติด รับรองว่ามีโอกาสใส่สกอร์ให้ปืนใหญ่เป็นกอบเป็นกำแน่นอน

มุมมอง CLUBUFA: แมตช์นี้อาร์เซน่อลเจอไฟต์บังคับที่ “ต้องชนะเท่านั้น” ครับ! แม้รายชื่อ 11 ตัวจริงจะมีการโรเตชั่นผู้เล่นหลายตำแหน่งเพื่อแก้ปัญหานักเตะบาดเจ็บและล้าจากเกมกลางสัปดาห์ แต่ขุมกำลังชุดนี้ก็ยังดูเหนือกว่า บอร์นมัธ ค่อนข้างมาก การได้ ฮาแวร์ตซ์ และ มาร์ติเนลลี่ กลับมาประจำการเป็นตัวจริง น่าจะช่วยเพิ่มมิติความวูบวาบในแนวรุกได้เยอะ ถ้ารักษามาตรฐานการเล่นในบ้านและจบสกอร์ให้เฉียบขาด เชื่อว่าลูกทีมของอาร์เตต้าจะเก็บ 3 แต้มสำคัญเพื่อโยนความกดดันกลับไปให้ แมนฯ ซิตี้ ได้ตามเป้าหมายครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปลุกเร้าแข้ง แมนยู คว้าแชมป์: ลั่นมาที่นี่ต้องล่าโทรฟี่เท่านั้น!

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปลุกเร้าแข้ง แมนยู คว้าแชมป์ เพื่อพาทีมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่

ปลุกสปิริตความเป็นผู้ชนะให้ลุกโชนไปทั้งห้องแต่งตัว! เมื่อกัปตันทีมจอมทัพอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปลุกเร้าแข้ง แมนยู คว้าแชมป์ ผ่านสื่อดัง พร้อมส่งข้อความเตือนสตินักเตะหน้าใหม่และเพื่อนร่วมทีมทุกคนว่า การก้าวเท้าเข้ามาสวมสีเสื้อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป้าหมายเดียวที่ต้องมีอยู่ในหัวคือการเดินหน้ากวาดถ้วยรางวัลเท่านั้น

เจาะคำสัมภาษณ์ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปลุกเร้าแข้ง แมนยู คว้าแชมป์ ทุกรายการเพื่อทวงความยิ่งใหญ่

ล่าสุด เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกผ่านรายการ Men in Blazers ถึงทัศนคติและความคาดหวังสูงสุดในการลงเล่นให้กับทัพ “ปีศาจแดง” โดยบรูโน่เน้นย้ำถึง “ดีเอ็นเอผู้ชนะ” ที่นักเตะทุกคนของสโมสรแห่งนี้จำเป็นต้องมี ไม่ว่าทีมจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากแค่ไหนก็ตาม

วาทะเด็ดจากกัปตันบรูโน่ ที่สะเทือนไปทั้งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด:

  • ต้องฝันถึงความสำเร็จ: “ทีมเราอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์หรือจุดที่แย่ที่สุดก็ได้ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนหรอกที่ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วไม่คิดถึงเรื่องการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ หรือ คาราบาว คัพ”
  • เสื้อตัวนี้มีความหมาย: บรูโน่ยังได้ส่งสารไปถึงเหล่าแข้งใหม่ที่เพิ่งตบเท้าเข้าสู่ทีมว่า ความรู้สึกของการเป็นผู้ชนะคือสิ่งที่ตัดขาดไม่ได้เมื่อคุณสวมยูนิฟอร์มสีแดงเพลิงตัวนี้
  • ความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม: “คุณจะรู้สึกและสัมผัสได้เสมอว่า เมื่อคุณก้าวเข้ามาอยู่ที่สโมสรแห่งนี้ คุณมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จได้ในทุกๆ สิ่ง” กัปตันทีมปีศาจแดงกล่าวทิ้งท้ายอย่างดุดัน

มุมมอง CLUBUFA: นี่แหละครับคือทัศนคติของคนที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง! บรูโน่รู้ดีว่าความคาดหวังของแฟนบอลทั่วโลกมันมหาศาลแค่ไหน การออกมาพูดแบบนี้ไม่ใช่แค่การปลุกใจเพื่อนร่วมทีม แต่เป็นการ “ตั้งสแตนดาร์ด” ให้นักเตะหน้าใหม่รู้ว่า ที่นี่ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอลธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่สร้างมาเพื่อแชมป์เปี้ยน แม้ช่วงหลังทีมอาจจะมีเป๋ไปบ้าง แต่ตราบใดที่ผู้นำในห้องแต่งตัวยังมีไฟและกระหายความสำเร็จแบบนี้ เชื่อว่าโปรเจกต์ทวงคืนความยิ่งใหญ่ของทัพปีศาจแดงยังคงมีความหวังเสมอครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แฟนผีมีซึ้ง! การ์นาโช่ เปิดใจทิ้ง แมนยู ย้ายซบ เชลซี ลั่นไร้เสียใจแม้จบไม่สวย

อเลฮานโดร การ์นาโช่ เปิดใจทิ้ง แมนยู ย้ายซบ เชลซี แบบไม่มีความเสียใจเพื่ออนาคตการค้าแข้ง

เรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์การย้ายทีมที่สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลอังกฤษเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา สำหรับการตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของปีกจอมลากเลื้อยชาวอาร์เจนไตน์ ล่าสุด อเลฮานโดร การ์นาโช่ เปิดใจทิ้ง แมนยู ย้ายซบ เชลซี แบบหมดเปลือกเป็นครั้งแรก โดยยอมรับว่ายังคงรักทัพปีศาจแดงสุดหัวใจ แต่โลกของฟุตบอลคือการเปลี่ยนแปลง และเขาต้องเลือกก้าวเดินต่อไปเพื่ออนาคตของตัวเอง

เจาะลึกบทสัมภาษณ์ การ์นาโช่ เปิดใจทิ้ง แมนยู ย้ายซบ เชลซี ยอมรับรักสโมสรแต่ต้องก้าวต่อ

ดาวเตะวัย 21 ปี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดอกถึงความรู้สึกเบื้องลึกในการโบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อมาร่วมทัพ “สิงห์บลูส์” เชลซี แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อสื่อตั้งคำถามว่าเขารู้สึกเสียใจหรืออยากกลับไปแก้ไขอดีตที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หรือไม่ เจ้าตัวตอบกลับอย่างหนักแน่นและสั้นกระชับว่า “ไม่”

การ์นาโช่ เล่าถึงบรรยากาศในงานแถลงข่าวครั้งแรกว่า เขารู้ดีว่านักข่าวพยายามจะจี้ถามเพื่อสร้างประเด็นดราม่า แต่เขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น จึงเลือกที่จะตัดบทและยืนยันว่าไม่มีความเสียใจใดๆ เพื่อให้จบคำถาม แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เน้นย้ำว่าช่วงเวลาที่แมนเชสเตอร์คือช่วงที่ดีมากในชีวิต ทว่าบางครั้งคนเราก็จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในโลกของฟุตบอล การตัดสินใจต้องเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที และตอนนี้เขาก็มีความสุขและภูมิใจมากๆ กับต้นสังกัดใหม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อจี้ถามถึงประเด็นดราม่าในช่วงท้ายที่ดูเหมือนจะจบไม่สวย ทั้งการถูกสั่งแยกซ้อมจากทีมชุดใหญ่และข่าวลือต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาตลอดซัมเมอร์ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ยอมรับตามตรงว่ามันเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจและเจ็บปวด เพราะเขารักสโมสรแห่งนั้นมาก แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่มอบความเชื่อมั่นให้เขาสมัยที่ยังอยู่สเปน ปลุกปั้นจากทีมเยาวชนจนก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ ตลอดเวลา 4-5 ปี เขาได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่จากแฟนบอลและสโมสร

ทิ้งท้ายการให้สัมภาษณ์ การ์นาโช่ ยืนยันว่าเขาไม่มีอะไรจะพูดถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ในแง่ลบเลย ช่วงเวลาที่ผ่านมามันยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี แต่บางครั้งการเปลี่ยนแปลงก็เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในชีวิต ปัจจุบัน การ์นาโช่ ย้ายมาร่วมทัพ เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาล และกลายเป็นคีย์แมนในฐานะตัวสำรองทีเด็ด ภายใต้การทำทีมของกุนซือ เลียม โรซีเนียร์

มุมมอง CLUBUFA: วิถีฟุตบอลอาชีพก็แบบนี้แหละครับ! การ์นาโช่เติบโตและแจ้งเกิดเต็มตัวกับแมนยู การต้องย้ายออกไปทั้งที่ยังมีความผูกพัน แถมตอนจบก็มีดราม่าเรื่องการแยกซ้อม ย่อมสร้างความเจ็บปวดในใจแน่นอน แต่การออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ถือว่ามีความเป็นมืออาชีพสูงมากครับ ไม่ด่าสโมสรเก่า และให้เกียรติสโมสรใหม่ การไปอยู่เชลซีภายใต้ระบบของ เลียม โรซีเนียร์ แม้ตอนนี้จะเป็นซูเปอร์ซับ แต่ด้วยอายุและพรสวรรค์ เชื่อว่าเขาจะเค้นฟอร์มเก่งและก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของสิงห์บลูส์ได้ในอนาคตแน่นอนครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ดีนี่ย์ จวก ซาลาห์ แข้งจอมดราม่า: สับแหลกเล่นเพื่อตัวเอง ไร้ราศีตำนานหงส์!

ทรอย ดีนี่ย์ จวก ซาลาห์ แข้งจอมดราม่า ไม่สมควรได้รับการยกย่องเป็นตำนานลิเวอร์พูล

กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์สั่นสะเทือนถิ่นแอนฟิลด์! เมื่อ ทรอย ดีนี่ย์ อดีตกองหน้ากัปตันทีมวัตฟอร์ด ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์เกม ได้เปิดฝีปากสับแหลกแบบไม่เกรงใจใคร โดย ดีนี่ย์ จวก ซาลาห์ แข้งจอมดราม่า ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นในวงการฟุตบอล พร้อมตราหน้าว่าปีกชาวอียิปต์รายนี้เล่นเพื่อตัวเอง และไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นตำนานตลอดกาลของทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

เจาะประเด็นเดือด ดีนี่ย์ จวก ซาลาห์ แข้งจอมดราม่า พร้อมพฤติกรรมสุดยี้ที่ทำลายสปิริตทีม

ฤดูกาลนี้จะเป็นการปิดฉากมหากาพย์ 9 ปีของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับทัพหงส์แดง หลังนักเตะประกาศเตรียมอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ทว่าในช่วงหลัง เจ้าตัวมักจะแสดงพฤติกรรมไม่พอใจเวลาถูกดร็อปเป็นตัวสำรองหรือถูกเปลี่ยนตัวออก ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ ดีนี่ย์ ทนไม่ไหว ต้องออกโรงมาสับแหลกถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในฐานะซีเนียร์ของทีม

วาทะเด็ดและประเด็นร้อนที่ ทรอย ดีนี่ย์ ขยี้ ซาลาห์ แบบจัดหนัก:

  • ไร้คุณสมบัติตำนาน: ดีนี่ย์ชี้ว่า ในแง่ของพรสวรรค์ ซาลาห์ อาจจะเก่งจริง แต่การจะเป็น “ตำนานตลอดกาล” มันต้องมีมากกว่านั้น คุณต้องเป็นตัวแทนและหน้าตาของสโมสรในทุกๆ ด้าน แต่สิ่งที่เห็นคือ ซาลาห์ แคร์และเล่นเพื่อตัวเองเท่านั้น
  • เทียบชั้นผู้นำกับ ฟาน ไดค์: อดีตหอกแตนอาละวาด ยกตัวอย่างความรับผิดชอบของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่กล้าออกมายืดอกรับหน้าสื่อเสมอไม่ว่าทีมจะแพ้หรือชนะ อย่างในเกมที่พ่าย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ฟาน ไดค์ ก็ออกมาเผชิญหน้ากับแรงกดดัน ในขณะที่ ซาลาห์ กลับเลือกสร้างโมเมนต์ส่วนตัวหน้ากล้องทีวีกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ สตีฟ แม็คมานามาน ซึ่งเป็นการกระทำที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อน
  • ประวัติศาสตร์การงัดกุนซือ: ดีนี่ย์ขุดวีรกรรมในอดีต ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนที่ซาลาห์มีปากเสียงกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ข้างสนาม พร้อมหล่นวลีเด็ด “ถ้าผมพูด มันจะลุกเป็นไฟ” รวมถึงเหตุการณ์ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่ถูกดร็อปในเกมถล่ม แฟร้งค์เฟิร์ต 5-1 จนเจ้าตัวหัวเสียลบข้อมูลสโมสรออกจากโซเชียลมีเดีย
  • ทิ้งบอมบ์ใส่ อาร์เน่อ สล็อต: วีรกรรมล่าสุดคือการให้สัมภาษณ์ที่ เอลแลนด์ โรด ซึ่ง ซาลาห์ วิจารณ์ อาร์เน่อ สล็อต อย่างรุนแรงว่าไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเปรยว่ามีคนบีบให้ออก ก่อนจะหนีไปเตะ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ แล้วกลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • รับเครดิตคนเดียว แต่ทำลายบรรยากาศทีม: ดีนี่ย์ทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบว่า เวลาทีมชนะ ซาลาห์ มักจะได้เครดิตไปเต็มๆ จนมีคนอวยว่าเก่งกว่า เธียร์รี่ อองรี (ซึ่งดีนี่ย์มองว่าไร้สาระ) แต่พอทีมผลงานแย่ นักเตะที่รับค่าเหนื่อยแพงที่สุดในทีมคนนี้กลับหายเข้ากลีบเมฆ ปล่อยให้กุนซืออย่าง สล็อต และกัปตันทีมอย่าง ฟาน ไดค์ ต้องตามเช็ดตามล้างแก้ปัญหา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้คือการเติมเชื้อไฟและสร้างรอยร้าวในห้องแต่งตัวอย่างแท้จริง

มุมมอง CLUBUFA: งานนี้ ทรอย ดีนี่ย์ พูดแทนใจแฟนบอลหลายคนเลยครับ! แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถิติการทำประตูของ “บังโม” จะเป็นระดับปรากฏการณ์และช่วยลิเวอร์พูลกวาดแชมป์มามากมาย แต่ฟุตบอลเล่นกันเป็นทีมครับ การแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อหน้าสื่อ การงัดกับผู้จัดการทีม ทั้งในยุคของ คล็อปป์ และ สล็อต มันบั่นทอนสปิริตของเพื่อนร่วมทีมที่กำลังต่อสู้ในสนาม การจะก้าวขึ้นไปเป็น “ตำนาน” ที่แฟนบอลรักสุดหัวใจ ทัศนคติและการให้เกียรติสโมสรต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ซาลาห์กำลังสอบตกอย่างแรงในช่วงท้ายของการค้าแข้งที่แอนฟิลด์ครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

คาร์ริค ตั้งเป้ากุนซืออังกฤษคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก: หวังพาผีทวงความยิ่งใหญ่!

ไมเคิ่ล คาร์ริค ตั้งเป้ากุนซืออังกฤษคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทวงความยิ่งใหญ่

ปลุกสปิริตสาวก “เร้ด เดวิลส์” ให้ลุกโชน! เมื่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค นายใหญ่แห่งทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงความทะเยอทะยานสูงสุดในการคุมทีม โดย คาร์ริค ตั้งเป้ากุนซืออังกฤษคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และมุ่งมั่นที่จะพาสโมสรกลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง

เจาะบทสัมภาษณ์ คาร์ริค ตั้งเป้ากุนซืออังกฤษคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พาแมนยูผงาดอีกครั้ง

เป้าหมายระดับองค์กรของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคปัจจุบัน มีความชัดเจนและมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะต้องกลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดให้ได้ภายในปี 2028 โดยบอร์ดบริหารได้วางแผนเตรียมสร้างขุมกำลังระดับพระกาฬผ่านตลาดนักเตะ 2 ซัมเมอร์ข้างหน้า เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จ

แม้ว่าในมุมมองของนักวิจารณ์บางส่วน อาจจะยังมีเครื่องหมายคำถามเกี่ยวกับศักยภาพในระยะยาวของ คาร์ริค บนเก้าอี้กุนซือแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เจ้าตัวก็พร้อมน้อมรับความท้าทายนี้ และตระหนักดีถึงความยิ่งใหญ่ของภารกิจที่สโมสรคาดหวัง

วาทะเด็ดจาก ไมเคิ่ล คาร์ริค ถึงเป้าหมายแห่งประวัติศาสตร์:

  • ความเชื่อมั่นลึกๆ: “ผมอยากให้มันเป็นแบบนั้นนะ และผมก็เชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องเกิดขึ้นได้ แม้ด้วยเหตุผลบางอย่างมันอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ จังหวะและเวลาคือสิ่งสำคัญ”
  • รำลึกบรมกุนซือ: “เราเคยมีผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่คุมทีมมาอย่างยาวนาน แม้ท่านจะไม่ใช่คนอังกฤษ (เป็นชาวสกอตแลนด์) แต่ท่านก็สร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไว้ที่นี่”
  • เป้าหมายสูงสุด: “หากวันหนึ่งมันมาถึงจุดที่ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ และคนๆ นั้นคือผม มันคงเป็นอะไรที่สุดยอดและน่าเหลือเชื่อมาก ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือเป้าหมายหลักของสโมสรแห่งนี้ การกลับไปผงาดคว้าแชมป์ลีก เพราะนั่นคือจุดสูงสุดที่พวกเราคู่ควรและต้องการไปให้ถึง”

มุมมอง CLUBUFA: เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากครับถ้า คาร์ริค ทำได้สำเร็จ! เพราะนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” ในฤดูกาล 1992/93 ยังไม่เคยมี “กุนซือชาวอังกฤษแท้ๆ” คนไหนเลยที่พาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้ (คนล่าสุดที่ทำได้ในยุคดิวิชั่น 1 เดิมคือ โฮเวิร์ด วิลกินสัน กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี 1992) การที่คาร์ริคซึ่งเต็มไปด้วย “DNA ผีแดง” กล้าออกมาประกาศเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถือเป็นการซื้อใจแฟนบอลและลูกทีมได้เป็นอย่างดี แม้ความกดดันจะมหาศาล และมีเวลาถึงปี 2028 ให้พิสูจน์ตัวเอง แต่ถ้าบอร์ดบริหารสนับสนุนเรื่องการเสริมทัพอย่างเต็มที่ งานนี้โปรเจกต์ทวงคืนความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดงก็น่าจับตามองสุดๆ ครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก