clubufa.tv

ศึกประวัติศาสตร์ตะกร้อ ไทย พบ พม่า
ตะกร้อ ไทย พบ พม่า ศึกประวัติศาสตร์ 6 มิถุนายน 2569

วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว! ชี้แอ็กชัน “อาร์เตต้า” ทำนักเตะลนลาน

ธีโอ วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว หลังร่วงตกรอบเอฟเอคัพ พร้อมวิจารณ์แพสชันข้างสนามของ มิเกล อาร์เตต้า ที่อาจทำให้ลูกทีมกดดัน

สถานการณ์ในแคมป์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เริ่มมีกลิ่นทะแม่งๆ อีกแล้วครับ! หลังเพิ่งอกหักกระเด็นตกรอบฟุตบอล เอฟเอ คัพ ด้วยการพ่ายแพ้ให้กับทีมจากลีกรองอย่าง แชมเปี้ยนชิพ ไปแบบช็อกแฟนบอล งานนี้อดีตแนวรุกความเร็วสูงอย่าง ธีโอ วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว โดยเน้นย้ำว่าอย่าปล่อยให้ความผิดหวังซ้ำซากนี้มาทำลายผลงานที่อุตส่าห์ปูทางมาอย่างดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล

เจาะบทวิเคราะห์ วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว ชี้ปัญหาเกิดจากซุ้มม้านั่งสำรอง

อ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อระดับท็อปอย่าง บีบีซี (BBC) ธีโอ วัลค็อตต์ ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงอดีตต้นสังกัดอย่างเห็นได้ชัด โดยเขามองว่าลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังเดินซ้ำรอยเดิมที่คุ้นเคยในอดีต (ช่วงปลายฤดูกาลที่มักจะฟอร์มรูด) และชี้เป้าไปที่บรรยากาศความตึงเครียดจากซุ้มม้านั่งสำรอง

สรุปประเด็นร้อนจากมุมมองของ ธีโอ วัลค็อตต์:

  • ห้ามปล่อยฤดูกาลหลุดมือ: วัลค็อตต์ กระตุ้นนักเตะปืนใหญ่ว่า “พวกเขาสร้างผลงานยอดเยี่ยมมาตลอดทั้งซีซั่น ต้องไม่ยอมให้ความพ่ายแพ้นี้มากระทบภาพรวม พวกเขาเคยตกอยู่ในสถานการณ์ฟอร์มตกแบบนี้มาก่อน และเชื่อว่าไม่มีใครอยากกลับไปเจอฝันร้ายแบบนั้นอีก”
  • แพสชันหรือความลนลาน?: อดีตปีกทีมชาติอังกฤษตั้งข้อสังเกตถึงปฏิกิริยาของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ข้างสนาม ว่าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล “เวลาคุณมองไปที่ อาร์เตต้า มันมีมวลพลังงานความกดดันจากปีก่อนๆ สะท้อนกลับเข้าไปในตัวนักเตะ มันเป็นพลังงานที่ประหม่าและตึงเครียดสุดๆ แถมสตาฟฟ์โค้ชหลายคนก็ออกมายืนกดดันตรงนั้นด้วย”
  • โค้ชเยอะ สั่งการแยะ: วัลค็อตต์ เปรียบเปรยสถานการณ์ข้างสนามว่า “มันเหมือนมีพ่อครัวอยู่ในครัวมากเกินไป” ข้อความและการสั่งการที่ถาโถมเข้าหานักเตะมีมากจนเกินพอดี ทำให้สูญเสียสมาธิ
  • ขาดการตอบสนอง: เขาทิ้งท้ายว่า ทุกคนคาดหวังจะเห็นปฏิกิริยาฮึดสู้ (Reaction) หลังจากที่ทีมเพิ่งผิดหวังมาจากนัดชิงฟุตบอลถ้วย (คาราบาว คัพ) แต่ในความเป็นจริง คืนนี้พวกเขากลับเล่นได้แย่ลงกว่าเดิมเสียอีก

มุมมอง CLUBUFA:
ถือเป็นคำวิจารณ์ที่ “แทงใจดำ” แต่ตรงจุดมากๆ ครับ! แพสชันของ มิเกล อาร์เตต้า คือดาบสองคม ในยามที่ทีมชนะ มันคือพลังบวกที่ยอดเยี่ยม แต่ในยามที่ทีมตกเป็นรองหรือเล่นผิดฟอร์ม แอ็กชันการโวยวายและสั่งการตลอดเวลาข้างสนาม มันกลับกลายเป็นการเพิ่ม “ความกดดัน” และ “ความลนลาน” ให้นักเตะในสนามเสียเอง การตกรอบบอลถ้วยติดๆ กันแบบนี้ ทัพปืนใหญ่ต้องรีบดึงสติกลับมาโฟกัสที่เกมพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีกโดยด่วน หากยังจมอยู่กับความผิดหวัง โอกาสจบฤดูกาลด้วยมือเปล่ามีสูงมากครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ลุ้นไฟเขียว! เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี บู๊แมนซิตี้ รอบตัดเชือก

เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี เพื่อสวมลงสนามดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ

ทัพ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน กำลังเดินหน้าสร้างตำนานบทใหม่ในศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ก่อนที่จะลงทำศึกหนักในรอบรองชนะเลิศ มีรายงานด่วนระบุว่า เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี เป็นกรณีพิเศษ เพื่อใช้สวมใส่ลงดวลกับยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะขัดต่อกฎระเบียบของทัวร์นาเมนต์ก็ตาม

เจาะเบื้องหลัง เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี เสื้อเกราะนำโชคขยี้เรือใบ

อ้างอิงข้อมูลเจาะลึกจากสื่อเทียร์ 1 อย่าง ‘ดิ แอธเลติก’ (The Athletic) ระบุว่า ทัพนักบุญกำลังยื่นเรื่องขออนุมัติจาก สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เพื่อขอสิทธิ์ใส่ชุดแข่งรุ่นลิมิเต็ดลงเตะในรอบตัดเชือก ซึ่งเสื้อตัวนี้เปรียบเสมือนเครื่องรางนำโชคและสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของสโมสร

สรุปประเด็นดราม่าและมนต์ขลังของเสื้อฉลอง 50 ปี:

  • ตำนานแชมป์ปี 1976: ชุดแข่งรุ่นพิเศษนี้ออกแบบมาเป็นสีเหลืองขลิบน้ำเงิน เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ที่สโมสรเคยผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ด้วยการล้ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 1976 ซึ่งถือเป็นถ้วยเมเจอร์เพียงใบเดียวในหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขา
  • เสื้อเกราะนำโชค: ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ทอนด้า เอคเคิร์ต เซาธ์แฮมป์ตัน เลือกใส่ชุดสีเหลืองนี้ลงบู๊ในฟุตบอลถ้วยมาตลอด และทำสถิติชนะรวด 100%! ไล่ตั้งแต่การเชือด ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส, เลสเตอร์ ซิตี้, ฟูแล่ม และล่าสุดคือการหักปากกาเซียนโค่นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล
  • ติดหล่มกฎเอฟเอ: ปัญหาเดียวคือ กฎของเอฟเอคัพระบุไว้ชัดเจนว่า ตั้งแต่รอบรองชนะเลิศเป็นต้นไป ทุกทีมจะต้องสวม “ชุดแข่งที่ลงทะเบียนไว้ก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น” (ชุดเหย้า, เยือน หรือชุดที่ 3) ซึ่งชุดฉลองครบรอบนี้ไม่ได้รวมอยู่ในลิสต์ สโมสรจึงต้องยื่นเรื่องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ
  • สมาคมฯ พร้อมอะลุ่มอล่วย: ข่าวดีคือทาง เอฟเอ มีความเข้าใจถึงคุณค่าทางจิตใจของชุดแข่งตัวนี้ และพร้อมที่จะหารือเพื่อหาทางออกที่ลงตัวให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในการลงฟาดแข้งกับ แมนฯ ซิตี้

มุมมอง CLUBUFA:
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่กิมมิกการตลาด แต่เป็น “จิตวิทยา” ล้วนๆ ครับ! ฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ มักมีเรื่องของ “มนต์ขลัง” และ “ปาฏิหาริย์” เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ การได้ใส่ชุดที่พวกเขาสวมแล้วชนะรวดมาตลอดย่อมสร้างความฮึกเหิมและเพิ่มพลังแฝงให้นักเตะทัพนักบุญได้มหาศาล การดวลกับทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในลีกอย่าง แมนฯ ซิตี้ ทีมรองบ่อนจำเป็นต้องใช้ทุกยุทธวิธีเพื่อสร้างความมั่นใจ หากเอฟเอไฟเขียวให้ใส่ชุดนี้ลงสนาม รับรองว่านักเตะเซาธ์แฮมป์ตันจะวิ่งสู้ฟัดถวายหัวแบบลืมตาย เพื่อสานต่อตำนานปี 1976 แน่นอนครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แมตช์ดราม่า 5 ดาว! ลีดส์ ชนะจุดโทษ เวสต์แฮม 4-2 ทะลุตัดเชือกเอฟเอคัพ

ลีดส์ ชนะจุดโทษ เวสต์แฮม 4-2 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 2-2 ในศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) ณ ลอนดอน สเตเดี้ยม เสิร์ฟความระทึกขวัญให้กับแฟนบอลแบบจัดเต็มครับ! เกมนี้เต็มไปด้วยจุดพลิกผันแทบจะทุกวินาที ก่อนที่บทสรุปจะจบลงที่ ลีดส์ ชนะจุดโทษ เวสต์แฮม ไปได้อย่างสุดมันส์ คว้าตั๋วทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

เจาะเกมสุดมันส์ ลีดส์ ชนะจุดโทษ เวสต์แฮม หลังขุนค้อนตายยากโกงความตายทดเจ็บ

รูปเกมเปิดฉากมาก็แลกหมัดกันสนุกทันที ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสทองในการเบิกสกอร์แรก โดยเฉพาะจังหวะเซฟอุตลุดของทั้ง อัลฟงส์ อาเรโอล่า และ ลูคัส แปร์รี่ สองนายด่านที่โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมเอาไว้ได้ในช่วง 15 นาทีแรก

สรุปเหตุการณ์สำคัญในแมตช์ดราม่า ลอนดอน สเตเดี้ยม:

  • ยูงทองนำก่อน: นาทีที่ 26 ลีดส์ ยูไนเต็ด มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ โนอาห์ โอคาฟอร์ ไหลบอลให้ อาโอะ ทานากะ ง้างเท้าหลอกแนวรับก่อนล็อกซัดด้วยซ้าย บอลไปแฉลบเปลี่ยนทางข้ามตัว อาเรโอล่า เข้าไปแบบหมดสิทธิ์เซฟ
  • จุดโทษหนีห่าง: ครึ่งหลัง นาทีที่ 75 ผู้ตัดสินเช็ก VAR ย้อนหลังในจังหวะที่ แม็กซ์ คิลแมน ไปเสียบ เบรนเดน แอรอนสัน ล้มในเขตโทษ ก่อนจะชี้เป็นจุดโทษ และเป็น โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน สังหารเข้าไปไม่พลาด ลีดส์หนีห่าง 2-0 เกมทำท่าจะจบลงตรงนี้
  • ปาฏิหาริย์ทดเจ็บ 11 นาที: เมื่อป้ายทดเวลาชูขึ้น 11 นาที ทัพ “ขุนค้อน” ที่หลังพิงฝากลับมามีแรงฮึดอีกครั้ง นาทีที่ 90+3 จาร์ร็อด โบเว่น ปั่นด้วยซ้ายชนเสา บอลเด้งเข้าทาง มาเตอุส แฟร์นันด์ส ซ้ำจ่อๆ ตีไข่แตกไล่มา 1-2
  • ลอนดอนแทบแตก: ถัดมานาทีที่ 90+6 เสียงเฮดังลั่นสนาม เมื่อ อดาม่า ตราโอเร่ หยอดบอลเข้าเขตโทษให้ อักเซล ดิซาซี่ กระโดดกางขาชาร์จบอลซุกก้นตาข่าย เวสต์แฮม โกงความตายตามตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จในนาทีบาป จบ 90 นาทีต้องไปลุยกันต่อในจังหวะต่อเวลาพิเศษ
  • ดราม่าช่วงต่อเวลา: ช่วง 120 นาที เวสต์แฮม ส่งบอลเข้าซุกก้นตาข่ายได้ถึงสองครั้งจาก ตาตี้ กาสเตยานอส และ ปาโบล เฟลิเป้ แต่ถูก VAR ริบคืนข้อหาล้ำหน้าไปเสียหมด แถมช่วงท้าย อัลฟงส์ อาเรโอล่า นายทวารตัวเก๋าตะคริวขึ้นจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องส่ง ฟินเลย์ เฮอร์ริค มือกาวดาวรุ่งวัย 20 ปี ลงมาเฝ้าเสาแทน
  • ดวลเป้าตัดสิน: จบ 120 นาที เสมอกัน 2-2 ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ และเป็นพลพรรค “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ยิงได้แม่นยำและนิ่งกว่า เอาชนะไปได้ 4-2 ทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ

มุมมอง CLUBUFA:
นี่คือเสน่ห์ของฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ ที่แท้จริงครับ! ไม่มีอะไรการันตีได้เลยจนกว่าเสียงนกหวีดหมดเวลาจะดังขึ้น เวสต์แฮม โชว์สปิริตนักสู้แบบสุดยอดมากที่ตามหลัง 2 ลูกแต่ยังฮึดสู้จนวินาทีสุดท้ายจนตีเสมอได้สำเร็จ น่าเสียดายที่ช่วงต่อเวลาพวกเขาโดนริบสกอร์จากล้ำหน้าไปถึงสองรอบ แถมยังมาเสียเปรียบเรื่องการเปลี่ยนโกลดาวรุ่งลงมาช่วงดวลจุดโทษอีก ในขณะที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ถือว่าสอบผ่านเรื่องความนิ่งและการควบคุมสภาพจิตใจ แม้จะโดนตีเสมอแบบช็อกๆ แต่ก็ยังรวบรวมสมาธิกลับมาแม่นเป้าในช่วงดวลจุดโทษได้ สมศักดิ์ศรีทีมเข้ารอบครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง! รอดแบนหวุดหวิด คดีผลักเชิ้ตดำศึกเอฟเอคัพ

เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง จากกรณีที่ปีกอาร์เซน่อลไปใช้มือผลักผู้ตัดสินในศึกเอฟเอคัพ จนเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก

กลายเป็นประเด็นเดือดปุดๆ ควันหลงหลังเกม เอฟเอ คัพ นัดช็อกโลกที่ทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล พลาดท่าบุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 เมื่อมีแถลงการณ์ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง จากวีรกรรมสุดห้าวที่ดาวเตะบราซิเลียนไปลงไม้ลงมือผลักผู้ตัดสินในสนาม จนทำเอาคนในวงการเชิ้ตดำถึงกับควันออกหู!

สรุปดราม่า เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง ค้านสายตาอดีตเชิ้ตดำจวกยับ

เหตุการณ์สุดดราม่านี้เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 94 เมื่อ กาเบรียล มาร์ตินเนลลี่ ปีกตัวรุกของอาร์เซน่อล เกิดอาการหัวเสียและรีบร้อนจะเข้าไปเล่นลูกฟรีคิกเร็ว จนถึงขั้นใช้มือผลัก แซม บาร์รอตต์ ผู้ตัดสินที่ยืนขวางทางอยู่ให้พ้นทาง ซึ่งจังหวะนั้นท่านเปาได้ควักใบเหลืองตักเตือนเขาทันที แต่หลายฝ่ายก็ยังกังวลและกดดันให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เข้ามาจัดการลงดาบแบนย้อนหลัง

สรุปประเด็นดราม่าและการรอดตัวของ มาร์ตินเนลลี่:

  • กฎคุ้มครอง: สาเหตุหลักที่ เอฟเอ ไม่สามารถขยับตัวเอาผิดย้อนหลังได้ เป็นเพราะกฎระบุไว้ว่า หากผู้ตัดสินในสนามมองเห็นเหตุการณ์และทำการตัดสินใจแจกบทลงโทษ (ใบเหลือง) ไปเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการวินัยจะไม่สามารถก้าวล่วงเข้าไปเปลี่ยนคำตัดสินซ้ำซ้อนได้
  • อดีตเปาจวกเละ: มาร์ค ฮัลซี่ย์ อดีตผู้ตัดสินชื่อดังแห่งพรีเมียร์ลีก ออกมาสับแหลกถึงพฤติกรรมนี้ว่า “มาร์ตินเนลลี่ ขาดความเคารพอย่างรุนแรง คุณไม่มีสิทธิ์เอามือไปแตะต้องตัวผู้ตัดสินด้วยซ้ำ แซมทำหน้าที่ได้ดีมาทั้งเกม แต่การไม่ชูใบแดงไล่ออกในจังหวะนี้ ถือเป็นการส่งข้อความที่เลวร้ายไปสู่ผู้ตัดสินระดับรากหญ้าทั่วประเทศ”
  • องค์กรผู้ตัดสินเดือด: ทางด้าน “Ref Support UK” องค์กรการกุศลที่คอยซัพพอร์ตผู้ตัดสิน ก็ออกมาเรียกร้องให้เอฟเอเทกแอ็กชันอย่างจริงจัง โดยมองว่านี่คือการทิ้งโอกาสทองในการสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง และฟุตบอลไม่ควรปล่อยผ่านพฤติกรรมไสส่งเชิ้ตดำแบบนี้
  • รอดตัวครั้งที่สอง: ที่น่าสนใจคือ นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ในซีซั่นนี้แล้วที่ มาร์ตินเนลลี่ รอดพ้นจากการโดนแบนย้อนหลัง โดยก่อนหน้านี้เขาเคยไปก่อวีรกรรมผลัก คอเนอร์ แบรดลี่ย์ ฟูลแบ็กของลิเวอร์พูล จนกระเด็นออกนอกสนามในขณะที่คู่แข่งมีอาการบาดเจ็บมาแล้ว

มุมมอง CLUBUFA:
ถือว่าบุญหล่นทับรับโชคไปเต็มๆ ครับสำหรับ มาร์ตินเนลลี่ และทัพปืนใหญ่! ปกติแล้วกฎเหล็กของพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคือ “ห้ามคุกคามหรือถูกเนื้อต้องตัวผู้ตัดสินเด็ดขาด” จังหวะนี้ถ้า แซม บาร์รอตต์ มองว่าเป็นการคุกคามและชูใบแดงโดยตรง มาร์ตินเนลลี่โดนแบนยาว 3 นัดแน่นอน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายของอาร์เซน่อลแบบมหาศาล การที่ท่านเปาใจดีแจกแค่ใบเหลือง เลยกลายเป็นยันต์กันผีชั้นดีที่ทำให้เอฟเอไม่สามารถลงดาบซ้ำได้ งานนี้อาร์เตต้าต้องเรียกนักเตะมาอบรมเรื่องการควบคุมอารมณ์ด่วนเลยครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ผลประกบคู่ เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ! แมนซิตี้ดวลนักบุญ เชลซีฟัดลีดส์ ลุ้นชิงเวมบลีย์

ผลประกบคู่ เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2025/26 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดวล เซาธ์แฮมป์ตัน และ เชลซี ปะทะ ลีดส์ ยูไนเต็ด

เส้นทางสู่เวมบลีย์กำลังจะลุกเป็นไฟ! เมื่อล่าสุดได้มีการจับสลาก ผลประกบคู่ เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2025/26 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา โดยสองทีมเต็งจากพรีเมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ถือว่าลูบปาก เจองานที่ไม่หนักหนาสาหัสนักในการลุ้นตั๋วทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

เจาะลึก ผลประกบคู่ เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ แมนซิตี้-เชลซี งานเบาเตรียมนัดชิงดำ

การจับสลากรอบตัดเชือกครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวครับ เพราะมีทั้งทีมยักษ์ใหญ่ที่โชว์ฟอร์มดุ และทีมม้ามืดที่หักปากกาเซียนทะลุเข้ามาถึงรอบนี้ได้สำเร็จ โดยการแข่งขันรอบรองชนะเลิศทั้งสองคู่ จะยกพลไปฟาดแข้งกันที่สังเวียนศักดิ์สิทธิ์ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน ในช่วงระหว่างวันที่ 25-26 เมษายน 2026 เพื่อหาผู้ชนะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 16 พฤษภาคม ต่อไป

สรุปผลการประกบคู่และเส้นทางของทั้ง 4 ทีม:

  • เชลซี พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด: ทัพ “สิงห์บลูส์” กำลังคึกสุดขีดหลังเพิ่งโชว์ฟอร์มโหดเปิดโหมดสังหาร ถล่ม พอร์ต เวล มาแบบเละเทะ 7-0 ในรอบก่อนหน้า จะต้องโคจรมาพบกับ ทัพ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สร้างประวัติศาสตร์ทะลุเข้ารอบตัดเชือกรายการนี้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 39 ปี หลังดวลจุดโทษเขี่ย เวสต์แฮม ตกรอบมาได้แบบสุดระทึก
  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน: ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ที่เพิ่งโชว์ความเหี้ยมเกรียมด้วยการถล่มคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง ลิเวอร์พูล มายับเยิน 4-0 จะต้องดวลกับ ทัพ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมม้ามืดที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์ช็อกโลก ด้วยการโค่นเต็งหนึ่งและจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล ร่วงตกรอบมาหมาดๆ

มุมมอง CLUBUFA:
ดูจากหน้าเสื่อแล้ว แฟนบอลหลายคนคงกะเก็งนัดชิงชนะเลิศในฝันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี เอาไว้แล้วครับ! เพราะคุณภาพขุมกำลังและฟอร์มการเล่นในรอบที่ผ่านมาเหนือกว่าคู่แข่งชัดเจน แต่อย่าลืมเสน่ห์ของฟุตบอล เอฟเอ คัพ ที่มักจะมี “มนต์ขลัง” และ “ปาฏิหาริย์” เกิดขึ้นเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาล้มยักษ์อย่างอาร์เซน่อลได้ ส่วน ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็มาพร้อมกับแรงฮึดและสปิริตที่รอคอยมาถึง 39 ปี ดังนั้น แมนซิตี้ และ เชลซี จะประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว หากหวังจะตีตั๋วไปนัดชิงที่เวมบลีย์!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

โรซีเนียร์ เผย กิทเท่นส์ เจ็บซ้ำเอ็นร้อยหวาย! แฟนสิงห์เซ็ง ส่อพักยาวหลังชวดบู๊เอฟเอคัพ

เลียม โรซีเนียร์ เผย กิทเท่นส์ เจ็บซ้ำเอ็นร้อยหวาย ทำให้พลาดลงช่วย เชลซี ในศึกเอฟเอคัพ

แม้ผลงานในสนามจะสวยหรู แต่ข่าวสารจากห้องพยาบาลกลับทำเอาแฟนบอล เชลซี ต้องกุมขมับครับ! เมื่อล่าสุด เลียม โรซีเนียร์ เผย กิทเท่นส์ เจ็บซ้ำเอ็นร้อยหวาย ระหว่างการฝึกซ้อม ทำให้แนวรุกตัวจี๊ดรายนี้พลาดโอกาสลงโชว์สเต็ปในศึกฟุตบอลถ้วยอย่างน่าเสียดาย และยังต้องรอลุ้นผลสแกนอย่างละเอียดอีกครั้ง

เจาะบทสัมภาษณ์ โรซีเนียร์ เผย กิทเท่นส์ เจ็บซ้ำเอ็นร้อยหวาย รอลุ้นผลสแกนชี้ชะตา

เกมเอฟเอ คัพ รอบล่าสุด ทัพ “สิงห์บลูส์” โชว์ฟอร์มดุสมราคา เปิดโหมดสังหารไล่ถล่ม พอร์ท เวล สโมสรจาก ลีก วัน ไปแบบขาดลอยถึง 7-0 ตีตั๋วผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ ทว่ารายชื่อผู้เล่นในเกมนี้กลับไร้เงาของ เจมี่ กิทเท่นส์ อดีตปีกตัวเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เดิมทีถูกวางตัวให้ลงสัมผัสเกมในนัดนี้

หลังจบเกม เลียม โรซีเนียร์ กุนซือชาวอังกฤษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ เดอะสแตนดาร์ด เพื่อไขข้อข้องใจถึงสาเหตุการหายตัวไปของลูกทีมรายนี้

สรุปอัปเดตอาการบาดเจ็บของ เจมี่ กิทเท่นส์:

  • เจ็บซ้ำตอนซ้อม: โรซีเนียร์ ระบุว่า กิทเท่นส์ โชคร้ายได้รับบาดเจ็บซ้ำที่บริเวณเอ็นร้อยหวายระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อช่วงวันก่อนหน้าการแข่งขันจะเริ่มขึ้น
  • รอผลสแกนชัดๆ: ทีมแพทย์จำเป็นต้องส่งตัวนักเตะไปเข้ารับการสแกนอย่างละเอียด เพื่อประเมินความรุนแรงของรอยตึงหรือรอยฉีกขาดที่เกิดขึ้น ซึ่งกุนซือเชลซียอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจนักเตะเป็นอย่างมาก
  • สถิติเจ็บซ้ำซาก: ที่น่าเป็นห่วงคือ โรซีเนียร์ เปิดเผยว่านี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ กิทเท่นส์ ต้องเผชิญกับปัญหาบาดเจ็บในจุดเดิม ซึ่งทีมต้องเข้ามาดูแลและช่วยเหลือสภาพจิตใจของนักเตะอย่างใกล้ชิด
  • ยังไร้กำหนดคัมแบ็ก: เมื่อถูกนักข่าวจี้ถามถึงกรอบเวลาในการพักฟื้น โรซีเนียร์ ยอมรับตามตรงว่าตอนนี้ยังไม่สามารถระบุระยะเวลาที่ชัดเจนได้ จนกว่าจะได้เห็นผลสแกนที่แน่ชัด

มุมมอง CLUBUFA:
อาการบาดเจ็บ “เอ็นร้อยหวาย” ถือเป็นฝันร้ายของนักเตะสายสปีดเลยครับ! ยิ่งเป็นการเจ็บซ้ำบริเวณเดิมถึง 3 ครั้ง ยิ่งบ่งบอกว่ากล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจุดนั้นมีความเปราะบางสูงมาก เลียม โรซีเนียร์ ทำถูกแล้วที่ยังไม่เร่งรัดกำหนดวันคัมแบ็ก เพราะหากฝืนเข็นลงเล่นแล้วขาดผึงขึ้นมา อาจถึงขั้นต้องปิดเทอมยาวหรือส่งผลกระทบต่อสปีดต้นในระยะยาวได้เลย แฟนสิงห์บลูส์คงต้องส่งกำลังใจให้เจ้าตัวฟื้นฟูร่างกายกลับมาให้สมบูรณ์ 100% โดยเร็วที่สุดครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ! ย้อนตำนาน 50 ปีโค่นปืนร่วงเอฟเอคัพ

เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ ในแมตช์ที่เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซน่อล ศึกเอฟเอคัพ เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี แชมป์ประวัติศาสตร์ปี 1976

กลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลให้ความสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขันเลยครับ! สำหรับแมตช์พลิกล็อกช็อกโลกในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ทัพ “นักบุญ” เปิดบ้านหักหอก “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ไปได้ 2-1 โดยมีภาพจำที่หลายคนสงสัยคือ เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ ลงทำการแข่งขันในแมตช์นี้ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันครับ

เจาะเบื้องลึก เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ ฉลองแชมป์ประวัติศาสตร์ปี 1976

เกมนี้ลูกทีมของ รัสเซลล์ มาร์ติน โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดสะเด่า โดยได้ประตูออกนำไปก่อนจาก รอสส์ สจ๊วร์ต ในนาทีที่ 35 แม้ปืนใหญ่จะตามตีเสมอได้จาก วิคเตอร์ โยเคเรส นาทีที่ 68 แต่ท้ายที่สุดก่อนหมดเวลาแค่ 5 นาที เช ชาร์ลส์ ก็มาสวมบทฮีโร่ตะบันประตูชัยพานักบุญทะลุเข้ารอบได้อย่างยิ่งใหญ่

ทว่าสิ่งที่เตะตาแฟนบอลสุดๆ คือชุดแข่งสไตล์เรโทรสีเหลืองอ่อนที่ไม่มีการปักชื่อนักเตะไว้ด้านหลัง ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาใส่ชุดนี้ลุยศึกเอฟเอ คัพ มาตั้งแต่รอบ 3 (ชนะดอนคาสเตอร์), รอบ 4 (ชนะเลสเตอร์), รอบ 5 (ชนะฟูแล่ม) จนมาถึงแมตช์ล้มปืนใหญ่ล่าสุด

ไขข้อกังขาความขลังของชุดแข่งสีเหลือง:

  • ฉลองวาระพิเศษ: ชุดแข่งนี้ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้เฉพาะในฟุตบอลถ้วยรายการนี้เท่านั้น จุดประสงค์หลักคือการฉลองครบรอบ 50 ปี ที่สโมสรผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 1976
  • ย้อนรอยนัดชิงล้มผี: ในปี 1976 ทัพนักบุญสวมชุดแข่งสีเหลืองแบบเดียวกันนี้ ลงเตะในนัดชิงชนะเลิศและสามารถหักปากกาเซียนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 1-0 ซึ่งนั่นคือแชมป์เอฟเอ คัพ เพียงสมัยเดียวในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร
  • เกียรติยศสูงสุด: เกร็ก เบเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของทีม ยืนยันว่าชัยชนะในปี 1976 คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร การทำชุดแข่งนี้ขึ้นมาจึงเป็นการยกย่องนักเตะ แฟนบอล และประเพณีอันทรงคุณค่าของทีม
  • ของมันต้องมี: แม้เสื้อแข่งที่นักเตะใส่ลงสนามจะมีโลโก้สปอนเซอร์คาดอกอย่าง P&O Cruises แปะอยู่ แต่ทางสโมสรได้เอาใจสายเรโทรด้วยการเปิดขายเสื้อเวอร์ชัน “คลีนๆ” แบบไม่มีโลโก้ใดๆ แปะเลยผ่านทางช่องทางออนไลน์ให้แฟนบอลได้ตามเก็บสะสมกันด้วย

มุมมอง CLUBUFA:
การดึงเอา “มนต์ขลัง” จากหน้าประวัติศาสตร์กลับมาใช้ ถือเป็นกุศโลบายทางจิตวิทยาที่ยอดเยี่ยมมากครับ! การสวมเสื้อที่อัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งแชมป์เปี้ยนลงสนาม ย่อมทำให้นักเตะฮึกเหิมและวิ่งสู้ฟัดแบบลืมตาย ผลงานล้มยักษ์อย่างอาร์เซน่อลได้สำเร็จคือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า มนต์ขลังของเสื้อเหลืองปี 1976 ยังคงความศักดิ์สิทธิ์และพร้อมจะสร้างปาฏิหาริย์ในเอฟเอ คัพ ซีซั่นนี้ได้อีกครั้งแน่นอน!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

รายาน แชร์กี้ ถูกสั่งถอดเสื้อ ลิเวอร์พูล คาม้านั่งสำรอง! ดราม่าแลกเสื้อ เอกีตีเก้ ก่อนจบเกม

รายาน แชร์กี้ ถูกสั่งถอดเสื้อ ลิเวอร์พูล หลังนำเสื้อของ อูโก้ เอกีตีเก้ มาสวมที่ม้านั่งสำรองในศึกเอฟเอคัพ

มีประเด็นให้ต้องพูดถึงกันอีกแล้วครับสำหรับควันหลงศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นอกเหนือจากผลการแข่งขันที่ขาดลอยแล้ว ยังมีดราม่าข้างสนามเมื่อ รายาน แชร์กี้ ถูกสั่งถอดเสื้อ ลิเวอร์พูล ออกทันควันคาม้านั่งสำรองของฝั่งเจ้าบ้าน หลังเจ้าตัวดันอุตริเอาเสื้อของคู่แข่งมาสวมหน้าตาเฉย

เจาะลึกดราม่าข้างสนาม รายาน แชร์กี้ ถูกสั่งถอดเสื้อ ลิเวอร์พูล พร้อมกระแสวิจารณ์เดือด

เกมบิ๊กแมตช์ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม จบลงด้วยชัยชนะอันสวยงามของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล ไปแบบยับเยิน 4-0 จากการตะบันแฮตทริกของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ และอีกหนึ่งตุงจาก อองตวน เซเมนโย่ ขณะที่ฝั่งหงส์แดงต้องชอกช้ำหนักเมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สังหารจุดโทษไปติดเซฟของ เจมส์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงครึ่งหลัง

ทว่าไฮไลต์ดราม่ากลับไปตกอยู่ที่ข้างสนามในช่วงท้ายเกม ซึ่งเกี่ยวพันกับแนวรุกฟอร์มแรงของเรือใบสีฟ้า และกองหน้าของทัพหงส์แดง

สรุปเหตุการณ์ดราม่าแลกเสื้อก่อนนกหวีดเป่าจบเกม:

  • เปลี่ยนตัวเจ้าปัญหา: รายาน แชร์กี้ โชว์ฟอร์มป่วนแนวรับหงส์แดงได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 71
  • แลกเสื้อเพื่อนร่วมชาติ: ระหว่างเดินออกจากสนาม แชร์กี้ ได้ทำการแลกเสื้อกับ อูโก้ เอกีตีเก้ ศูนย์หน้าลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติฝรั่งเศสด้วยกัน แม้เกมจะยังแข่งขันไม่จบก็ตาม
  • ใส่เสื้ออริคาม้านั่ง: ประเด็นเดือดเกิดขึ้นเมื่อ แชร์กี้ เดินมาถึงม้านั่งสำรอง แทนที่เขาจะวางเสื้อคู่แข่งพาดไว้บนตักหรือเก็บไว้ข้างกาย เจ้าตัวดันเอาเสื้อของ เอกีตีเก้ ขึ้นมาสวมทับเสียอย่างนั้น
  • โดนสั่งถอดทันควัน: การกระทำดังกล่าวทำให้ทีมงานหรือคนที่นั่งอยู่ด้านหลังต้องรีบสะกิดเตือนและสั่งให้เขาถอดมันออกทันที ซึ่งแชร์กี้ก็รีบถอดออกพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษแบบเจื่อนๆ
  • เอกีตีเก้ โดนทัวร์ลง: ฝั่งกองหน้าลิเวอร์พูลก็หนีไม่พ้นเสียงวิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากสาวก “เดอะ ค็อป” ที่มองว่าการแลกเสื้อก่อนจบเกมทั้งที่ทีมกำลังโดนคู่แข่งถล่มยับถึง 4-0 เป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติสโมสรและแฟนบอลอย่างยิ่ง

มุมมอง CLUBUFA:
เรื่องนี้ถือเป็น “ข้อห้าม” ระดับเบสิกของวัฒนธรรมฟุตบอลยุโรปเลยครับ! การที่ แชร์กี้ เอาเสื้อทีมคู่แข่ง (แถมเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์โดยตรง) มาใส่ที่ม้านั่งสำรองของทีมตัวเอง ถือเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิดอย่างรุนแรง โชคดีที่โดนทีมงานเบรกไว้ได้ทันก่อนจะบานปลายไปมากกว่านี้ ส่วนเคสของ เอกีตีเก้ ยิ่งน่าโดนด่ากว่าครับ! ทีมกำลังตามหลัง 0-4 แฟนบอลอารมณ์กำลังเดือดปุดๆ แต่ตัวนักเตะกลับมีกะจิตกะใจมาแลกเสื้อกับคู่แข่งก่อนจบเกม นี่คือการแสดงออกถึงแพสชันที่ติดลบ และไม่แปลกใจเลยที่จะโดนทัวร์แฟนหงส์แดงลงแบบจัดเต็ม!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล! เซ่นพ่ายนักบุญ ส่อชวดลุย ชปล.

อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล มากัลเญส กองหลังอาร์เซน่อลที่ได้รับบาดเจ็บในศึกเอฟเอ คัพ

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดแบบเต็มๆ สำหรับทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล! หลังเพิ่งกระเด็นตกรอบ เอฟเอ คัพ ด้วยการบุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ล่าสุด มิเกล อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังตัวเก่งที่โชคร้ายเจ็บเข่าจนเล่นต่อไม่ไหว และอาจส่งผลกระทบถึงโปรแกรมยุโรปกลางสัปดาห์นี้

เจาะบทสัมภาษณ์ อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล หลังปืนใหญ่ร่วงเอฟเอ คัพ

สถานการณ์ของอาร์เซน่อลในช่วงนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงหนักมากครับ ก่อนช่วงเบรกทีมชาติ พวกเขาก็เพิ่งอกหักพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ มาหมาดๆ และล่าสุดก็ต้องมาจบเส้นทางในถ้วยเอฟเอ คัพ ไปอีกหนึ่งรายการ

แต่วิกฤตที่ใหญ่กว่าผลการแข่งขัน คือการเสียนักเตะแกนหลักอย่าง กาเบรียล มากัลเญส ที่ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงในเกมนี้ ทว่าในช่วงกลางครึ่งหลัง เจ้าตัวกลับมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าจนต้องถูกถอดออกจากสนาม และภาพจับได้ว่าต้องใช้น้ำแข็งประคบเอาไว้ตลอดเวลา

สรุปอัปเดตอาการบาดเจ็บจากปาก มิเกล อาร์เตต้า:

  • ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี สปอร์ต: กุนซือปืนใหญ่ออกมาอัปเดตเบื้องต้นว่า “เขาไม่สามารถฝืนลงเล่นต่อไปได้ ดังนั้นทีมแพทย์ของเราจำเป็นต้องประเมินอาการของเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง”
  • แถลงข่าวหลังเกม: อาร์เตต้า ยอมรับตรงๆ ว่ากังวลกับสถานการณ์นี้ โดยระบุว่า “ผมยังไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัด เขารู้สึกเจ็บอะไรบางอย่าง แต่การที่นักเตะส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัวออกเอง มันไม่ใช่ข่าวดีสำหรับทีมเลยจริงๆ”
  • โปรแกรมสุดโหดรออยู่: อาการเดี้ยงของแนวรับชาวบราซิเลียนถือเป็นข่าวร้ายสุดๆ เพราะทัพปืนใหญ่มีคิวต้องลงทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รับมือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในวันอังคารนี้ ซึ่งอาจจะหมดสิทธิ์ใช้งานเขาค่อนข้างแน่

มุมมอง CLUBUFA:
ถือเป็นช่วงเวลา “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” ของ มิเกล อาร์เตต้า อย่างแท้จริงครับ! นักเตะพากันถอนตัวจากทีมชาติก็เยอะแล้ว แผงหลังยังต้องมาเสีย กาเบรียล มากัลเญส ไปอีกคน ทำให้เกมรับปืนใหญ่ยวบยาบแน่นอน การที่เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่งถึงขั้นขอเปลี่ยนตัวออกเอง แปลว่าอาการที่เข่าต้องไม่ธรรมดา หากหายไม่ทันดวล สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือเป็นโจทย์หินระดับสิบกะโหลกที่อาร์เตต้าต้องเร่งหาแผนสำรองมาอุดรอยรั่วนี้ให้ไวที่สุดเพื่อรักษาเส้นทางลุ้นแชมป์ที่เหลืออยู่!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ! ลั่นไม่ขอด่าลูกทีม ขอปกป้องสู้ต่อโค้งสุดท้าย

อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ หลังบุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 พร้อมปลุกใจสู้ต่อ

ยืดอกรับจบคนเดียวสไตล์ยอดกุนซือ! หลังจากที่ทัพ “ปืนใหญ่” พลาดท่าพ่ายแพ้จนชวดลุ้นทริปเบิ้ลแชมป์ มิเกล อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ แบบแมนๆ ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ขอปริปากวิจารณ์ลูกทีมแม้แต่คำเดียว พร้อมปลุกเร้าให้แข้งปืนโตเชิดหน้าลุกขึ้นสู้ต่อในโปรแกรมสุดเดือดที่เหลืออยู่

เจาะบทสัมภาษณ์ อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ หลังบุกพ่ายนักบุญ 1-2

ควันหลงศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ทัพปืนใหญ่บุกไปเยือน เซนต์ แมรี่ส์ ก่อนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 โดยเกมนี้พวกเขาไล่ตามตีเสมอ 1-1 ได้แล้ว แต่มาพลาดท่าโดนทีเด็ดเจ้าถิ่นเจาะตาข่ายในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้กระเด็นตกรอบฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกไปอย่างเจ็บปวด และเป็นการปิดประตูความหวังในการคว้า 3 แชมป์ฤดูกาลนี้ลงเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม มิเกล อาร์เตต้า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ปกป้องลูกทีมแบบสุดตัว โดยปฏิเสธที่จะโยนความผิดให้ใครทั้งสิ้น

สรุปวาทะเด็ดกุนซือปืนใหญ่หลังเกมร่วงเอฟเอ คัพ:

  • ปกป้องลูกทีมเต็มที่: กุนซือชาวสแปนิชย้ำว่าเขารักลูกทีมทุกคน และจะไม่ด่าทอหรือวิจารณ์พวกเขาเด็ดขาด เพราะทุกคนทุ่มเทสุดตัวมาตลอด 9 เดือนเต็ม บางคนยอมฝืนสภาพร่างกายลงสนามทั้งที่ไม่จำเป็นต้องลงเล่นในเกมนี้ด้วยซ้ำ
  • ยืดอกรับผิดคนเดียว: อาร์เตต้า ประกาศชัดเจนว่า เขาพร้อมปกป้องลูกทีมมากกว่าที่เคยทำ และหากต้องมีใครสักคนที่รับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ “คนนั้นก็คือผมเอง”
  • ปลุกใจสู้โค้งสุดท้าย: บอสใหญ่ปืนโตมองว่านี่คือบททดสอบสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อทีมต้องลงเตะในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ควบคู่ไปกับการเบียดแย่งแชมป์ลีก เขาจี้ให้ลูกทีมเชิดหน้าขึ้น ยืนหยัดด้วยความมั่นใจ และโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนที่ทำมาตลอดทั้งซีซั่นให้ได้

มุมมอง CLUBUFA:
การเทกแอ็กชันของ อาร์เตต้า ในครั้งนี้คือ “จิตวิทยาชั้นยอด” สำหรับการบริหารคนครับ! การออกมารับหน้าและเป็นเกราะกำบังให้ลูกทีมหลังตกรอบ ถือเป็นการซื้อใจนักเตะแบบเต็มๆ การตกรอบเอฟเอ คัพ อาจจะน่าเสียดาย แต่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าอย่างแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีกยังรออยู่เบื้องหน้า การรักษาสปิริตในห้องแต่งตัวไม่ให้พังทลายหลังความพ่ายแพ้ คือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะตัดสินว่า อาร์เซน่อล จะกลับมาผงาดกวาดความสำเร็จในโค้งสุดท้ายได้ตามเป้าหมายหรือไม่!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก