clubufa.tv

⚽ ฟุตบอลโลก 2026 เริ่มใน
--
วัน
:
--
ชม.
:
--
นาที
:
--
วินาที
ดูสดฟรี คลิ๊กเลย →
48ทีม
104นัด
16เมืองเจ้าภาพ
39วัน
11 มิ.ย.เริ่มแข่ง
19 ก.ค.นัดชิง
3ประเทศเจ้าภาพ
100%ฟรี
48ทีม
104นัด
16เมืองเจ้าภาพ
39วัน
11 มิ.ย.เริ่มแข่ง
19 ก.ค.นัดชิง
3ประเทศเจ้าภาพ
100%ฟรี

ฟาดแรง! รอย คีน จี้ ไรซ์ แสดงความเป็นผู้นำ อย่าโทษอาร์เตต้า ทำปืนสะดุด

รอย คีน วิพากษ์วิจารณ์ฟอร์มอาร์เซน่อล พร้อมระบุว่า รอย คีน จี้ ไรซ์ แสดงความเป็นผู้นำ อย่าโทษอาร์เตต้า

สถานการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ อาร์เซน่อล เริ่มสั่นคลอนหลังจากแพ้คาบ้านต่อ บอร์นมัธ ทำให้โดน แมนฯ ซิตี้ ไล่จี้กดดันอย่างหนัก ล่าสุด รอย คีน ตำนานนักเตะปีศาจแดงได้ออกมาวิจารณ์ผ่าน สกาย สปอร์ตส์ โดยเนื้อหาสำคัญคือ รอย คีน จี้ ไรซ์ แสดงความเป็นผู้นำ อย่าโทษอาร์เตต้า พร้อมชี้ว่าความผิดพลาดทั้งหมดอยู่ที่ตัวนักเตะเอง

สรุปทรรศนะ รอย คีน จี้ ไรซ์ แสดงความเป็นผู้นำ อย่าโทษอาร์เตต้า เพื่อกู้ชีพปืนใหญ่

คีนได้วิเคราะห์จุดอ่อนของทัพปืนใหญ่ในช่วงเวลาคับขันนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้:

  • บทพิสูจน์กัปตัน: คีนย้ำว่า เดแคลน ไรซ์ ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่การเล่นดีในสนาม แต่ต้อง “ควบคุมคนอื่น” และแสดงภาษากายที่แข็งแกร่งเพื่อลดความประหม่าของทีม
  • หยุดโทษผู้จัดการทีม: ในช่วงที่แฟนบอลเริ่มกังวลและเพ่งเล็งไปที่ มิเกล อาร์เตต้า คีนมองว่าไม่ยุติธรรม เพราะอาร์เตต้าจัดทีมที่ยอดเยี่ยมไว้ให้แล้ว ความผิดพลาดในสนามคือเรื่องของนักเตะที่ต้องตัดสินใจให้ถูกต้องเอง
  • อย่าเล่นฉลาดจนเสียเรื่อง: คีนตำหนิการที่นักเตะพยายามเล่นบอลซับซ้อนเกินไป (ส่งบอลไปมา 50 ครั้ง) ในช่วงที่ทีมตื่นเต้นจนเสียบอลง่ายๆ แนะนำให้เล่นฟุตบอลแบบตรงไปตรงมาและมีเป้าหมายมากขึ้น
  • บททดสอบใจ: ช่วง 3-5 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นตัวชี้วัดนิสัยและจิตใจของนักเตะอาร์เซน่อล คีนแนะว่าในทีมควรมีการท้าทายกันเอง หรือทะเลาะกันบ้างเพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณผู้ชนะ ไม่ใช่แค่เป็นเพื่อนสนิทกันไปวันๆ

มุมมอง CLUBUFA: ลูกพี่คีนพูดได้สะใจวัยรุ่นมากครับ! อาร์เซน่อลชุดนี้มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่ขาดหายไปในจังหวะตัดสินแชมป์คือ “ความเก๋า” และ “ความดุดัน” ในการคุมสถานการณ์ การที่ รอย คีน จี้ ไรซ์ แสดงความเป็นผู้นำ อย่าโทษอาร์เตต้า ถือเป็นการจี้จุดตายที่ถูกต้องที่สุด เพราะถ้าผู้นำในสนามนิ่งไม่พอ ลูกทีมที่เหลือก็เตลิดไปตามแรงกดดัน นัดที่เหลือจากนี้คือสงครามประสาทล้วนๆ ถ้าปืนใหญ่ก้าวข้ามความประหม่าไม่ได้ แชมป์ที่รอคอยมานานก็อาจจะหลุดมือไปอีกครั้งอย่างน่าเสียดายครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ล่าตัวจี๊ด! บาเยิร์น เล็งคว้า กอร์ดอน เสริมทัพ ซัมเมอร์นี้ ค่าตัวพุ่งทะลุ 100 ล้าน

แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกตัวเก่งของนิวคาสเซิ่ล ในข่าวบิ๊กดีล บาเยิร์น เล็งคว้า กอร์ดอน เสริมทัพ

ความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะกำลังร้อนระอุ เมื่อ สกาย สปอร์ต เยอรมัน สื่อความน่าเชื่อถือสูงรายงานว่า “เสือใต้” บาเยิร์น เล็งคว้า กอร์ดอน เสริมทัพ (แอนโธนี่ กอร์ดอน) ปีกตัวจี๊ดของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด โดยวางไว้เป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งในการสร้างทีมใหม่ช่วงซัมเมอร์นี้

สรุปดีลฮอต บาเยิร์น เล็งคว้า กอร์ดอน เสริมทัพ ตัดหน้าบิ๊กทีมพรีเมียร์ลีก

ผลงานอันร้อนแรงของดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ทำให้เขากลายเป็นแข้งเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในยุโรป โดยสามารถสรุปสถานการณ์การแย่งชิงตัวครั้งนี้ได้ดังนี้:

  • เป้าหมายหลักเสือใต้: บาเยิร์น มิวนิค ยกให้ กอร์ดอน เป็นเป้าหมายระดับท็อป (Top Priority) ที่ต้องการดึงตัวไปลากเลื้อยในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า ฤดูกาลหน้า
  • บิ๊กซิกซ์จ้องตาเป็นมัน: ไม่ใช่แค่ทีมจากเยอรมัน แต่ยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกทั้ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างก็มีข่าวพัวพันและพร้อมเปิดศึกแย่งชิงตัวเช่นกัน
  • ค่าตัวประเมินเบื้องต้น: สื่อหลายสำนักคาดการณ์ว่าค่าตัวของดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้ น่าจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 60-70 ล้านปอนด์
  • ทรรศนะตำนาน: อย่างไรก็ตาม อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าสาลิกาดง ออกมาเบรกว่าระดับ กอร์ดอน ที่เป็นดีกรีทีมชาติอังกฤษและมีโอกาสยึดตัวจริงยาวๆ ค่าตัวแค่นี้ไม่มีทางพอ สโมสรที่อยากได้อาจจะต้องทุ่มเงินระดับ “100 ล้านปอนด์ขึ้นไป” ถึงจะมีลุ้นให้ นิวคาสเซิ่ล ยอมปล่อยตัว

มุมมอง CLUBUFA: ดีลนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงบอกเลยว่า บาเยิร์น มิวนิค ได้ของดีไปใช้แน่นอนครับ! เพราะ กอร์ดอน ไม่ใช่แค่ปีกที่มีความเร็วและความคล่องตัว แต่จุดเด่นของเขาคือ “ความขยัน” การวิ่งเพรสซิ่งไล่บอลแบบไม่มีหมด ซึ่งตอบโจทย์ฟุตบอลสมัยใหม่มากๆ ยิ่งเสือใต้ช่วงหลังมีปัญหาปีกตัวหลักเจ็บออดๆ แอดๆ การได้พลังหนุ่มแบบนี้ไปลากเลื้อยจะช่วยยกระดับทีมได้เยอะ ปัญหาเดียวคือกำแพงราคาที่ นิวคาสเซิ่ล ตั้งไว้สูงลิ่วตามภาษานักเตะโควตาโฮมโกรน (Homegrown) งานนี้ถ้าเสือใต้ไม่อยากจ่ายแพงทะลุ 100 ล้านปอนด์ ก็ต้องใช้คารมกล่อมให้นักเตะอยากย้ายไปหาความท้าทายใหม่คว้าแชมป์ในเยอรมันให้ได้ครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

สัญญาณอันตราย! ลินิเกอร์ ห่วง อาร์เซน่อล ชวดแชมป์ลีก ชี้โมเมนตัมเทหาเรือใบ

แกรี่ ลินิเกอร์ กูรูฟุตบอลชื่อดัง ออกมาวิเคราะห์ว่า ลินิเกอร์ ห่วง อาร์เซน่อล ชวดแชมป์ลีก

สถานการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อความพ่ายแพ้นัดล่าสุดของทัพ “ปืนใหญ่” ทำเอากูรูชื่อดังอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ ห่วง อาร์เซน่อล ชวดแชมป์ลีก ในฤดูกาลนี้ พร้อมออกมายอมรับว่าความมั่นใจที่เคยมีให้ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เริ่มสั่นคลอน

สรุปบทวิเคราะห์ ลินิเกอร์ ห่วง อาร์เซน่อล ชวดแชมป์ลีก หลังฟอร์มสะดุดเสียโมเมนตัม

แกรี่ ลินิเกอร์ ได้แสดงทรรศนะผ่านพอดแคสต์ The Rest is Football ถึงปัจจัยที่ทำให้อาร์เซน่อลอาจพลาดท่าเสียแชมป์ โดยสามารถสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้:

  • ฟอร์มหลุดน่าใจหาย: ลินิเกอร์ ชี้ว่าในเกมที่แพ้ บอร์นมัธ อาร์เซน่อลเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ไร้ความสร้างสรรค์ในเกมรุก ขาดความเชื่อมั่น และเกมรับที่เคยเหนียวแน่นมาตลอดทั้งซีซั่นก็กลับมาหละหลวม
  • เรือใบติดเครื่อง: ในขณะที่ปืนใหญ่สะดุด แมนฯ ซิตี้ กลับโชว์ฟอร์มสุดโหดในครึ่งหลังเกมที่ถล่ม เชลซี ทำให้ตอนนี้ช่องว่างเหลือเพียง 6 คะแนน แถม ซิตี้ ยังแข่งน้อยกว่า 1 นัด
  • โมเมนตัมเปลี่ยนฝั่ง: นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ ลินิเกอร์ รู้สึกไม่มั่นใจในตัวอาร์เซน่อล เขาเคยมองว่าปืนใหญ่จะไม่พลาด แต่การสะดุดครั้งนี้ทำให้ “โมเมนตัม” หรือแรงเหวี่ยงของการลุ้นแชมป์ทั้งหมดสวิงไปอยู่ฝั่ง แมนฯ ซิตี้ แล้ว
  • ฟันธงนัดชี้ชะตา: สำหรับเกมบิ๊กแมตช์ที่ทั้งคู่จะต้องดวลกันที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ในสัปดาห์หน้า ลินิเกอร์ ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าในสถานการณ์บีบคั้นแบบนี้ เขาขอเลือกเชียร์ฝั่ง แมนฯ ซิตี้ ว่าจะเป็นผู้คว้าชัยชนะไปได้

มุมมอง CLUBUFA: สิ่งที่ลินิเกอร์พูดมาคือ “ความจริงที่เจ็บปวด” สำหรับแฟนปืนใหญ่ครับ ฟุตบอลในช่วงโค้งสุดท้าย จิตวิทยาและโมเมนตัมสำคัญพอๆ กับแท็กติก การสะดุดแพ้บอร์นมัธคือการเปิดแผลให้ ซิตี้ ที่ถนัดการวิ่งไล่ล่าในช่วงท้ายซีซั่นได้กลิ่นเลือด นัดชี้ชะตาที่เอติฮัด สเตเดี้ยม จะเป็นบททดสอบกำแพงจิตใจของอาร์เซน่อลขนานแท้ ถ้าบุกไปแพ้ โอกาสชูถ้วยแทบจะหลุดมือ แต่ถ้าบุกไปยันเสมอหรือพลิกชนะได้ ลินิเกอร์ก็อาจจะต้องกลืนน้ำลายตัวเองครับ งานนี้วัดใจไอ้ปืนใหญ่ล้วนๆ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เดือดแน่นอน! พรีเมียร์ลีกเคาะ เทย์เลอร์ ตัดสิน แมนซิตี้ พบ อาร์เซน่อล นัดชี้ชะตาแชมป์

แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก ในเกมบิ๊กแมตช์ชี้ชะตาที่มี เทย์เลอร์ ตัดสิน แมนซิตี้ พบ อาร์เซน่อล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศรายชื่อทีมงานผู้ตัดสินที่จะลงทำหน้าที่ในเกมบิ๊กแมตช์สุดสัปดาห์นี้อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมอบหมายให้เปาจอมเก๋าอย่าง แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ตัดสิน แมนซิตี้ พบ อาร์เซน่อล ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งผลลัพธ์ของเกมนี้มีผลโดยตรงต่อการลุ้นแชมป์ลีก

สรุปข้อมูลก่อนเกม เทย์เลอร์ ตัดสิน แมนซิตี้ พบ อาร์เซน่อล บิ๊กแมตช์ชี้ชะตา

เกมนี้มีความสำคัญระดับ “แพ้ไม่ได้” ของทั้งสองทีม โดยสามารถสรุปสถานการณ์ก่อนเกมและสถิติที่น่าสนใจของทีมงานผู้ตัดสินได้ดังนี้:

  • ทีมงานเชิ้ตดำ: แอนโธนี่ เทย์เลอร์ จะลงเป่าเป็นผู้ตัดสินหลัก โดยมี พอล เทียร์นีย์ รับบทผู้ตัดสินที่สี่ และให้ จอห์น บรูคส์ ทำหน้าที่ควบคุมห้อง VAR
  • เดิมพันลุ้นแชมป์: แมนฯ ซิตี้ หวังเก็บชัยชนะในบ้านเพื่อทำแต้มไล่จี้ อาร์เซน่อล จ่าฝูง ให้เหลือเพียง 3 คะแนน (แถมเรือใบสีฟ้ายังมีเกมตกค้างในมือ)
  • สถิติการพบกัน: แม้ แมนฯ ซิตี้ จะเพิ่งตบ อาร์เซน่อล 2-0 ในนัดชิงคาราบาว คัพ เมื่อเดือนก่อน แต่สถิติในพรีเมียร์ลีก 5 นัดหลังสุด ทัพ “ปืนใหญ่” ยังไม่เคยพลาดท่าแพ้ให้กับ “เรือใบสีฟ้า” เลย
  • สถิติการเป่าซีซั่นนี้: ฤดูกาลนี้ เทย์เลอร์ ลงเป่าเกมของทั้งสองทีมไปแล้วทีมละ 3 นัด ผลปรากฏว่า อาร์เซน่อล ชนะ 1 เสมอ 2 (ไม่แพ้เลย) ส่วน แมนฯ ซิตี้ ชนะ 2 แพ้ 1
  • การันตีฝีมือระดับโลก: เทย์เลอร์ ลงตัดสินในลีกสูงสุดไปแล้วถึง 426 นัด และล่าสุดเพิ่งได้รับเลือกจากฟีฟ่าให้เป็น 1 ใน 2 ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ ที่จะได้ไปทำหน้าที่ในฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย

มุมมอง CLUBUFA: งานนี้บอกเลยว่าพรีเมียร์ลีกเลือกใช้ “ประสบการณ์” ล้วนๆ ครับ! เกมระดับ 5 ดาวที่ความกดดันทะลุหลอดแบบนี้ จำเป็นต้องใช้กรรมการที่บารมีถึงและคุมนักเตะซูเปอร์สตาร์ให้อยู่ สถิติการเป่าของ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ฤดูกาลนี้ถือว่าไม่ได้เอนเอียงไปฝั่งไหนชัดเจน แต่สไตล์การปล่อยเกมไหลของแกน่าจะทำให้เกมดวลแท็กติกตรงกลางสนามระหว่าง เป๊ป กับ อาร์เตต้า เดือดดาลสุดๆ แน่นอน จังหวะ 50-50 มีเข้าปะทะกันยับชัวร์ แฟนบอลเตรียมเสบียงให้พร้อม เกมนี้พลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ยังไม่หมดไฟ! ไวนัลดุม อยากกลับพรีเมียร์ลีก หลังอำลาซาอุ ซัมเมอร์นี้

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม อดีตกองกลางลิเวอร์พูล ที่มีข่าวว่า ไวนัลดุม อยากกลับพรีเมียร์ลีก หลังอำลาซาอุ

ความเคลื่อนไหวในตลาดนักเตะเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ สกายสปอร์ต สื่อดังของเกาะอังกฤษรายงานว่า จอร์จินโย่ ไวนัลดุม อยากกลับพรีเมียร์ลีก หลังอำลาซาอุ โดยวางเป้าหมายที่จะกลับมาค้าแข้งในเวทีลูกหนังยุโรปเป็นตัวเลือกลำดับแรกในช่วงซัมเมอร์นี้

สรุปสถานการณ์ ไวนัลดุม อยากกลับพรีเมียร์ลีก หลังอำลาซาอุ พร้อมลุยเกมระดับท็อป

กองกลางจอมเก๋าชาวดัตช์วัย 35 ปี ยังไม่มีความคิดที่จะแขวนสตั๊ด โดยสามารถสรุปความพร้อมและทิศทางอนาคตของเขาได้ดังนี้:

  • เตรียบจบภารกิจซาอุฯ: สัญญาฉบับปัจจุบันระยะเวลา 3 ปี ของ ไวนัลดุม กับ อัล เอตติฟัก กำลังจะสิ้นสุดลงหลังจบฤดูกาล 2025-26 นี้ ทำให้เขาสามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัว
  • เป้าหมายคือพรีเมียร์ลีก: แม้จะยังไม่ตัดสินใจเลือกทีมที่ชัดเจน แต่เป้าหมายเบอร์หนึ่งของเขาคือการกลับไปพิสูจน์ตัวเองใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง เพราะเจ้าตัวยังเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าสภาพร่างกายยังฟิตพอสำหรับเกมระดับสูง
  • ผลงานยังเฉียบขาด: แม้อายุจะปาไป 35 ปี แต่ฤดูกาลนี้ (2025-26) เขากดไปแล้วถึง 15 ประตู จาก 28 เกมรวมทุกรายการ ถือเป็นเครื่องการันตีว่าสัญชาตญาณและการสอดขึ้นไปทำประตูยังคงอันตราย
  • อดีตขุนพลหงส์แดง: แฟนบอลพรีเมียร์ลีกรู้จักคุณภาพของเขาเป็นอย่างดีจากช่วงเวลา 5 ปีทอง (2016-2021) กับ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เขาลงเล่นไปถึง 237 นัด สภาพร่างกายสุดอึดแทบไม่เจ็บไม่ไข้ พร้อมกวาดทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

มุมมอง CLUBUFA: งานนี้ทีมนอกกลุ่มท็อปซิกซ์ในพรีเมียร์ลีกน่าจะหูผึ่งกันเป็นแถวครับ! แม้วัย 35 ปี อาจจะวิ่งแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ (Box-to-Box) ตลอด 90 นาทีแบบสมัยหนุ่มๆ ไม่ไหวแล้ว แต่สิ่งที่ “จินี่” มีคือ “ความเก๋าและประสบการณ์” ระดับแชมป์ยุโรป การเก็บบอล ความนิ่ง และจังหวะสอดขึ้นไปยิงแถวสองยังเป็นอาวุธทีเด็ดของเขาเสมอ การได้ตัวนักเตะระดับนี้ไปร่วมทีมแบบฟรีๆ เพื่อประคองดาวรุ่งในแดนกลาง ถือเป็นดีลที่คุ้มค่าความเสี่ยงสุดๆ จับตาดูกันให้ดีครับว่าสโมสรไหนจะมือไวคว้าตัวไปเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ข่าวร้ายไก่เดือยทอง! โรเมโร เจ็บหมดสิทธิ์ช่วยสเปอร์ส หนีตายโค้งสุดท้ายพรีเมียร์ลีก

คริสเตียน โรเมโร ปราการหลังสเปอร์ส ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนต้องพักยาว

เก้าอี้กุนซือของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ร้อนฉ่าขึ้นไปอีกขั้น! หลังจากเพิ่งพาทีมพ่ายแพ้จนสถานการณ์ในตารางคะแนนย่ำแย่ ล่าสุดมีรายงานด่วนว่าทัพ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องเจอฝันร้ายซ้ำซ้อน เมื่อปราการหลังตัวเก่งอย่าง คริสเตียน โรเมโร ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนต้องปิดเทอมยาวไปเป็นที่เรียบร้อย

หลังบ้านยวบหนัก! เอฟเฟกต์จากข่าว โรเมโร เจ็บหมดสิทธิ์ช่วยสเปอร์ส สะเทือนถึงการอยู่รอด

อาการบาดเจ็บครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขาดหายไปของกองหลังธรรมดา แต่คือการเสียหัวใจสำคัญในแผงเกมรับไปในช่วงเวลาที่ทีมต้องการคะแนนมากที่สุด เพื่อดิ้นรนเอาตัวรอดในลีกสูงสุด

  • พึ่งพาใครไม่ได้: โรเมโรคือแข้งที่ไว้ใจได้มากที่สุดในแผงแบ็กโฟร์ของทีมชุดนี้ การขาดเขาไปทำให้ เด แซร์บี้ ต้องปวดหัวหนักในการจัดระเบียบเกมรับที่หลวมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
  • กระทบจิตใจลูกทีม: หลังจากที่กุนซือชาวอิตาเลียนเพิ่งออกมาสับเละเรื่องทัศนคตินักเตะ การเสียผู้นำในแนวรับจอมบู๊ไป ยิ่งทำให้สภาพจิตใจของทีมเปราะบางลงกว่าเดิม
  • โปรแกรมนรกบีบหัวใจ: แมตช์ที่เหลือของฤดูกาลล้วนเป็นเกมชี้ชะตา การไม่มีเซ็นเตอร์แบ็กตัวเก๋าคอยเบรกเกมรุกคู่แข่ง อาจทำให้สเปอร์สเสียแต้มสำคัญจนถึงขั้นหล่นชั้นได้เลย

มุมมองจาก CLUBUFA: บอกตรงๆ ว่าจังหวะนี้สเปอร์สเหมือนคนดวงตกสุดๆ ครับ! ปัญหาเดิมเรื่องฟอร์มการเล่นกับสภาพจิตใจยังแก้ไม่ตก ดันมาเจอเสาหลักในแนวรับพังไปอีกคน งานนี้ เด แซร์บี้ เจอแบบทดสอบหินที่สุดในอาชีพกุนซือแล้วครับ ถ้าแกเข็นทีมชุดนี้รอดตกชั้นได้ ถือว่าปาฏิหาริย์สุดๆ แฟนไก่ต้องสวดมนต์เอาใจช่วยกันหนักๆ แล้วครับงานนี้!

แหล่งที่มา:khaosod
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

แมนยูเหลือ 10 คน แพ้ลีดส์คาบ้าน! ผีแดงพังยับสังเวยใบแดงศึกสงครามกุหลาบ

แมนยูเหลือ 10 คน แพ้ลีดส์คาบ้าน สภาพนักเตะแมนยูผิดหวังหลังโดนใบแดงและพ่ายแพ้

แฟนผีแดงกุมขมับแทบร้องไห้! เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ช็อกในศึก “สงครามดอกกุหลาบ” ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อทัพปีศาจแดงเจอปัญหาใหญ่ ต้องเล่นแบบเสียเปรียบตัวผู้เล่น ก่อนจะโดนอริตัวแสบอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด บุกมาลูบคมเอาชนะไปได้แบบสุดเจ็บปวดต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง

ช็อกทั้งโอลด์แทรฟฟอร์ด! เบื้องหลัง แมนยูเหลือ 10 คน แพ้ลีดส์คาบ้าน ดับฝันทำแต้มโค้งสุดท้าย

แมตช์นี้บอกเลยว่าโมเมนตัมพังทลายตั้งแต่จังหวะเสียใบแดงครับ การเจอกับทีมที่วิ่งสู้ฟัดและดุดันอย่าง “ยูงทอง” แค่ผู้เล่น 11 คนเท่ากันก็เหนื่อยแล้ว พอตัวน้อยกว่าปุ๊บ ระบบที่เซ็ตมาพังทันที!

  • จุดเปลี่ยนใบแดง: การต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนในช่วงเวลาสำคัญ ทำให้แทคติกที่เตรียมมาพังยับเยิน แดนกลางหลวมยวบจนโดนลีดส์ขึงเกมบุกใส่แบบพับสนาม
  • รับสภาพคาบ้าน: แม้แข้งผีแดงจะพยายามฮึดสู้และวิ่งอุดช่องโหว่ แต่สุดท้ายก็ต้านทานความกระหายของทีมเยือนไม่ไหว โดนทีเด็ดลีดส์ซัดดับคาโรงละครแห่งความฝัน
  • เสียหายหนัก: ความพ่ายแพ้นัดนี้ไม่ใช่แค่เสียหน้า แต่ทำเอาเป้าหมายการลุ้นแต้มเพื่อไต่อันดับในช่วงโค้งสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกสะดุดหัวทิ่ม แฟนบอลเดินคอตกกลับบ้านกันเป็นแถว

มุมมองจาก CLUBUFA: เจอกับใครไม่เจอ มาแจกแต้มให้อริเบอร์ใหญ่อย่างลีดส์คาบ้านแบบนี้ แฟนผีรับไม่ได้จริงๆ ครับ! เกมระดับดาร์บี้แมตช์ เรื่องการคุมอารมณ์และสมาธิสำคัญที่สุด การเสียใบแดงโง่ๆ คือการฆ่าตัวตายชัดเจน งานนี้กุนซือต้องกลับไปสวดลูกทีมชุดใหญ่ เพราะการเสียแต้มสำคัญในช่วงนี้อาจทำให้ฤดูกาลนี้ของแมนยูจบแบบกร่อยสุดๆ ครับ!

แหล่งที่มา:khaosod
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

อาร์เซน่อล แพ้ บอร์นมัธ 1-2! ปืนใหญ่ช็อกตาตั้ง สะเทือนบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก

ผู้เล่นอาร์เซน่อลออกอาการผิดหวังทรุดลงกับพื้น หลัง อาร์เซน่อล แพ้ บอร์นมัธ 1-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก

แฟนปืนใหญ่ถึงกับกุมขมับเข่าทรุด! เมื่อผลการแข่งขันล่าสุดทำเอาช็อกกันทั้งบาง เพราะจ่าฝูงที่กำลังฟอร์มแรงดันพลาดท่าสะดุดแพ้แบบพลิกล็อก งานนี้บอกเลยว่าโมเมนตัมการลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเหวี่ยงอย่างหนัก เพราะแต้มที่หล่นหายเปิดทางให้ แมนซิตี้ ไล่บี้มาหายใจรดต้นคอเรียบร้อยแล้ว

จุดเปลี่ยนสำคัญทำ อาร์เซน่อล แพ้ บอร์นมัธ 1-2 ส่งผลแมนซิตี้ลูบปากรอรับแชมป์!

เกมนี้นักเตะอาร์เซน่อลลงสนามด้วยความกดดันมหาศาล หลังจากโดนสงครามจิตวิทยาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้าไปเต็มๆ และมันก็ส่งผลให้ฟอร์มในสนามดูตื้อไปหมด จนโดนทีเด็ดของ บอร์นมัธ สวนกลับเล่นงานเข้าอย่างจัง

  • เกมรับพลาดง่าย: บอร์นมัธ อาศัยความฉียบขาดในจังหวะสวนกลับเร็ว เจาะรอยรั่วของแผงหลังอาร์เซน่อลจนได้ประตูขึ้นนำ ทำเอาแพลนและแทคติกของ มิเกล อาร์เตต้า รวนไปหมดตั้งแต่ต้นเกม
  • เจาะรถบัสไม่เข้า: แม้ทัพปืนใหญ่จะดาหน้าโหมบุกหนักแบบพับสนามขึงใส่ และครองบอลได้เยอะกว่ามหาศาล แต่จังหวะสุดท้ายกลับจบสกอร์ไม่ลง เจอเกมรับที่วินัยเป๊ะของทีมเยือนต้านทานไว้ได้หมด
  • เสียหายระดับเสียแชมป์: การพ่ายแพ้ 1-2 นัดนี้ ทำให้แต้มของอาร์เซน่อลหยุดชะงักอยู่ที่ 70 คะแนน เปิดโอกาสทองให้ แมนซิตี้ ที่ตามหลังมาติดๆ สามารถทำแต้มตีเสมอหรือแซงขึ้นไปได้หากเก็บชัยชนะในนัดตกค้าง

มุมมองจาก CLUBUFA: จังหวะสะดุดล้มครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาเรื่อง “ความนิ่ง” ในการรับมือกับความกดดันช่วงโค้งสุดท้ายครับ บอกเลยว่าตอนนี้ “เรือใบสีฟ้า” ลูบปากรอแล้ว แมตช์หน้าที่ทั้งคู่ต้องดวลกันเองที่ เอติฮัด สเตเดียม จะกลายเป็นนัดชี้ชะตาแชมป์ที่เดือดที่สุดในรอบหลายปี เด็กปืนต้องรีบดึงสติกลับมาให้ไว ไม่งั้นถ้วยแชมป์หลุดมือไปอยู่ในตู้โชว์เมืองแมนเชสเตอร์ชัวร์!

แหล่งที่มา:thairath
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เป๊ป ท้าดวล อาร์เซน่อล! ลั่นเกมเปิดบ้านรับปืนใหญ่สัปดาห์หน้าคือ “นัดชี้ชะตาแชมป์”

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ท้าดวล อาร์เซน่อล แย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกโค้งสุดท้าย

แฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ได้เฮกันลั่นซอย! หลังเป๊ป กวาร์ดิโอล่า พาลูกทีมบุกไปตบ เชลซี ดิ้นคาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบสู้ไม่ได้ 3-0 แต่งานนี้ไฮไลต์ไม่ได้จบแค่สกอร์ในสนาม เพราะยอดกุนซือชาวสแปนิชจัดการสาดวาทะเดือด ส่งตรงไปถึงจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล ทันทีหลังจบเกม!

ถอดรหัสแทคติกครึ่งหลัง! เบื้องหลังชัยชนะเหนือเชลซี ก่อน เป๊ป ท้าดวล อาร์เซน่อล แบบเต็มสูบ

ชัยชนะเหนือสิงห์บลูส์ตอกย้ำให้เห็นว่า แมนซิตี้ คือราชาแห่งการเร่งเครื่องช่วงโค้งสุดท้ายของจริง การปรับแทคติกช่วงพักครึ่งของเป๊ปทำให้ทีมรัวสกอร์ยับ จนเจ้าตัวถึงกับปล่อยมุกแซวตัวเองว่าเป็น “อัจฉริยะ” แต่เป้าหมายลึกๆ คือการส่งสารท้าทายไปถึง มิเกล อาร์เตต้า

  • จี้ติดหายใจรดต้นคอ: 3 แต้มสำคัญนัดนี้ทำให้ แมนซิตี้ ทำคะแนนบีบช่องว่างไล่บี้อาร์เซน่อลมาเหลือแค่ 3 คะแนน (แถมแข่งน้อยกว่า 1 นัด) โมเมนตัมการลุ้นแชมป์ตอนนี้เหวี่ยงมาฝั่งสีฟ้าเต็มๆ
  • นัดหน้าคือไฟนอล: เป๊ปประกาศชัดเจนว่า แมตช์ที่จะเปิดเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของทัพปืนใหญ่ในวันอาทิตย์หน้า คือ “เกมตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก” อย่างแท้จริง ใครชนะนัดนี้ โอกาสชูถ้วยแทบจะอยู่ในมือ 100%
  • ยกย่องแต่ไม่ยอม: แม้จะชมเปาะว่าอาร์เซน่อลคือทีมที่ดีที่สุดในอังกฤษตอนนี้ แต่เป๊ปก็ยืนยันว่าทีมของเขาจะลงไปเล่นเพื่อชัยชนะเท่านั้น และพร้อมจะปรับแทคติกเพื่อขยี้คู่แข่งให้จมเขี้ยว

มุมมองจาก CLUBUFA: นี่แหละครับสไตล์ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ตัวจริง! นอกจากการแก้เกมในสนามที่เฉียบขาดแล้ว การเล่นสงครามจิตวิทยา (Mind Games) นอกสนามก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน การออกมาพูดโยนความกดดันให้จ่าฝูงแบบนี้ ทำเอาเด็กปืนมีหนาวๆ ร้อนๆ แน่นอน อาทิตย์หน้าบอกเลยว่าเดือดทะลุปรอท แฟนบอลเตรียมเสบียงรอหน้าจอได้เลย นี่คือแมตช์ตัดสินแชมป์ของแท้!

แหล่งที่มา:thairath
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

อาการหนัก! เด แซร์บี้ รับสเปอร์ส ต้องยกระดับสภาพจิตใจ ลุ้นหนีตกชั้น

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือไก่เดือยทอง ให้สัมภาษณ์ว่า เด แซร์บี้ รับสเปอร์ส ต้องยกระดับสภาพจิตใจ หนีตกชั้น

สถานการณ์ของทัพ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังคงดำดิ่งอย่างต่อเนื่อง หลังบุกไปพ่าย ซันเดอร์แลนด์ 0-1 ในนัดประเดิมคุมทีมของกุนซือคนใหม่ ทำให้ทีมจมอยู่อันดับ 18 ของตาราง ล่าสุด โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ รับสเปอร์ส ต้องยกระดับสภาพจิตใจ อย่างเร่งด่วน หากหวังที่จะอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีก

สรุปบทสัมภาษณ์ เด แซร์บี้ รับสเปอร์ส ต้องยกระดับสภาพจิตใจ กู้วิกฤตด่วน

ความพ่ายแพ้นัดล่าสุดทำให้ สเปอร์ส ตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 2 คะแนน ซึ่งทาง เด แซร์บี้ ได้ออกมาประเมินสถานการณ์และปลุกเร้าลูกทีม โดยสามารถสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้:

  • เชื่อมั่นในศักยภาพ: แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่กุนซือวัย 46 ปี ยืนยันว่าเขายังมองโลกในแง่บวก เพราะรู้ซึ้งถึงคุณภาพของลูกทีมดี และเชื่อว่าทุกคนมีดีพอที่จะพาทีมรอดตกชั้นได้
  • เป้าหมายคือ 1 ชัยชนะปลดล็อก: เด แซร์บี้ ชี้ว่าเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ “การชนะให้ได้สัก 1 นัด” เพราะชัยชนะเพียงนัดเดียวจะช่วยเปลี่ยนโมเมนตัมและมุมมองของทุกคนในทีมให้กลับมามั่นใจอีกครั้ง
  • ชื่อชั้นไม่ช่วยให้รอด: บอสใหญ่ชาวอิตาเลียนเตือนสติลูกทีมว่า แค่การสวมเสื้อที่สกรีนชื่อ “ท็อตแน่ม” ไม่ได้การันตีชัยชนะ การจะเก็บ 3 แต้มได้ต้องแลกมาด้วยการต่อสู้ วิ่งสู้ฟัด และแสดงคุณภาพออกมาในสนามเท่านั้น
  • ก้าวข้ามความกดดัน: เขายอมรับว่าตอนนี้นักเตะกำลังแบกรับความกดดันอย่างหนักหน่วง สิ่งที่ต้องทำคือทุกคนต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ทำงานหนักขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือต้องพัฒนากำแพงสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งกว่าเดิม

มุมมอง CLUBUFA: การออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ถือว่า เด แซร์บี้ มองขาดมากครับ! ปัญหาของสเปอร์สชุดนี้ไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้า เพราะชื่อชั้นนักเตะแต่ละคนไม่ได้ขี้เหร่เลย แต่มันคือ “ความกดดัน” ที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้เล่นกันไม่ออก อาการเล่นไปกลัวไปแบบนี้คือหายนะของทีมหนีตกชั้นชัดๆ การที่กุนซือออกมากระตุ้นว่า “ชื่อทีมไม่ช่วยให้ชนะ” ถือเป็นการตบหน้าเรียกสติลูกทีมแรงๆ หนึ่งฉาด ว่าถ้าไม่ลงไปสู้ถวายหัว ก็เตรียมตัวลงไปเตะในแชมเปี้ยนชิพได้เลย นัดหน้าพวกเขาต้องการแค่ชัยชนะสกปรกๆ สักนัด เพื่อปลดล็อกความกลัวนี้ให้ได้ครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก