เจมี่ แม็คกรัธ มิดฟิลด์ทีมชาติไอร์แลนด์ ออกมาแสดงความเห็นว่าประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับโปรแกรมที่ทีมชาติของเขาจะต้องลงสนามพบกับอิสราเอลในเร็วๆ นี้ จะยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้น หลังจากเกมกระชับมิตรที่เอาชนะกาตาร์ 1-0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาถูกขัดจังหวะจากการประท้วง
ปัญหา เกมเดือดอิสราเอล ที่นักเตะไม่อยากเจอ
เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นในสนามอวีว่า สเตเดี้ยม ซึ่งทัพ “ยักษ์เขียว” เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 จากลูกโหม่งของนาธาน คอลลินส์ โดยเกมถูกขัดจังหวะถึงสองครั้งในครึ่งแรก เมื่อมีแฟนบอลเจ้าบ้านขว้างลูกเทนนิสพร้อมติดธงปาเลสไตน์ลงมาในสนาม หลังจบเกม มีรายงานว่าผู้ประท้วงถูกเชิญออกจากสนาม และแม็คกรัธคาดการณ์ว่าจะมีปฏิกิริยาต่อต้านที่รุนแรงขึ้นก่อนที่ไอร์แลนด์จะพบกับอิสราเอลในสนามกลาง ในวันที่ 27 กันยายนและ 4 ตุลาคม ที่ดับลิน ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ก่อนหน้านี้ เชมัส โคลแมน นักเตะคนสำคัญของไอร์แลนด์เคยกล่าวว่าสถานการณ์เช่นนี้ “ควรได้รับการจัดการจากระดับบน” ซึ่งแม็คกรัธก็เห็นด้วย โดยกล่าวว่า “นี่เป็นสถานการณ์ที่พิเศษ เราต้องรับฟังผู้ประท้วง พวกเขามีสิทธิ์ที่จะแสดงออก ตราบใดที่ทำอย่างสันติ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด” เขายังเสริมว่า “ผมมั่นใจว่าสถานการณ์จะยิ่งเข้มข้นขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ หวังว่าผู้มีอำนาจเหนือกว่าเราจะสามารถหาทางออก หรือใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้” แม็คกรัธปิดท้ายว่าในฐานะนักฟุตบอล พวกเขาไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับเรื่องแบบนี้ แต่บางครั้งก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในมุมมองของ CLUBUFA สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่แทรกซึมเข้ามาในวงการฟุตบอลเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและท้าทายอย่างยิ่งสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้จัด นักเตะ และแฟนบอล การรักษาสมดุลระหว่างสิทธิในการแสดงออกและความสงบเรียบร้อยในสนามจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

