clubufa.tv

ทีเด็ดบอล สปอร์ติ้ง ลิสบอน vs อาร์เซน่อล | วิเคราะห์บอลวันนี้ 7 เม.ย. 69 โดย ClubUFA✅

วิเคราะห์บอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก: ทีเด็ดบอล สปอร์ติ้ง ลิสบอน vs อาร์เซน่อล

ศึกชิงความได้เปรียบในเลกแรก ทีเด็ดบอล สปอร์ติ้ง ลิสบอน vs อาร์เซน่อล คืนนี้เจ้าบ้าน “สปอร์ติ้ง ลิสบอน” ยอดทีมจากโปรตุเกสขึ้นชื่อเรื่องการเล่นในรังที่ดุดันและมีวินัยเกมรับที่ยอดเยี่ยม พร้อมรับมือยักษ์ใหญ่จากอังกฤษด้วยระบบทีมที่ลงตัว ทางฝั่ง “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ภายใต้การนำทัพของ มิเกล อาร์เตต้า มาเยือนด้วยขุมกำลังที่จัดจ้านและระบบการต่อบอลที่แม่นยำ เกมนี้จะเป็นการสู้กันด้วยแท็กติกชั้นสูง แม้สปอร์ติ้งจะแข็งแกร่งในบ้าน แต่คุณภาพผู้เล่นรายคนของอาร์เซน่อลดูจะเหนือกว่าเล็กน้อย คาดว่าจะเป็นเกมที่สูสีและมีโอกาสจบลงด้วยผลเสมอ หรือทีมเยือนบุกมาเบียดชนะกลับไปได้

🚩ClubUFA ฟันธง: วาง อาร์เซน่อล
⚽คาดเดาสกอร์: สปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-2 อาร์เซน่อล

โล่งอก! มาร์ติเนลลี่ จ่อรอดโทษย้อนหลัง คดีผลักผู้ตัดสิน รอดแบนหวุดหวิด

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ จ่อรอดโทษย้อนหลัง คดีผลักผู้ตัดสิน แซม บาร์รอตต์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ศึกเอฟเอ คัพ นัดที่อาร์เซน่อลบุกไปพ่ายเซาธ์แฮมป์ตัน

มีเรื่องให้ต้องเสียวสันหลังกันอีกแล้วสำหรับทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล หลังเพิ่งอกหักกระเด็นตกรอบ เอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือของทีมระดับแชมเปี้ยนชิพอย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน แต่ข่าวดีท่ามกลางความผิดหวังคือ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ จ่อรอดโทษย้อนหลัง คดีผลักผู้ตัดสิน จากจังหวะฟิวส์ขาดในช่วงท้ายเกม ทำให้มิเกล อาร์เตต้า ยังคงใช้งานปีกตัวเก่งรายนี้ได้ต่อไปในเกมลีก

เจาะลึกสาเหตุ มาร์ติเนลลี่ จ่อรอดโทษย้อนหลัง คดีผลักผู้ตัดสิน พร้อมสถิติรอดตัวครั้งที่สอง

อ้างอิงข้อมูลเชิงลึกจากสื่อเทียร์ท็อปอย่าง ดิ แอธเลติก (The Athletic) ได้ออกมายืนยันว่า ปีกทีมชาติบราซิลวัย 24 ปี จะไม่ต้องเผชิญกับการลงดาบทางวินัยเพิ่มเติมจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) แม้พฤติกรรมดังกล่าวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก็ตาม

สรุปเหตุการณ์ดราม่าและกฎที่ทำให้ มาร์ติเนลลี่ รอดตัว:

  • นาทีเดือดที่เซนต์ แมรี่ส์: เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (นาทีที่ 94) ขณะที่ อาร์เซน่อล กำลังตามหลัง 1-2 (เกมนี้ รอสส์ สจ๊วร์ต ยิงนำให้เจ้าถิ่น ก่อน วิคตอร์ โยเคอเรส ตีเสมอ และ เชีย ชาร์ลส์ มายิงประตูชัยท้ายเกม) มาร์ติเนลลี่ พยายามรีบเข้าไปคว้าบอลมาเล่นฟรีคิกเร็ว แต่ดันไปใช้อารมณ์เจตนาผลักแขนของ แซม บาร์รอตต์ ผู้ตัดสินในเกมนั้น
  • กฎคุ้มครองคำตัดสิน: จังหวะดังกล่าว บาร์รอตต์ ได้ควักใบเหลืองตักเตือนมาร์ติเนลลี่ไปแล้วทันที ซึ่งตามกฎของเอฟเอ หากผู้ตัดสินในสนามมองเห็นเหตุการณ์และได้ทำการลงโทษไปแล้ว คณะกรรมการวินัยจะไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงหรือเพิ่มบทลงโทษย้อนหลังซ้ำซ้อนได้อีก
  • รอดตัวเคสที่ 2 ของซีซั่น: ที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาร์ติเนลลี่รอดตัวจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ ย้อนไปเมื่อเดือนมกราคม เขาเคยพยายามผลัก คอเนอร์ แบร็ดลีย์ แบ็กขวาลิเวอร์พูลที่กำลังเจ็บให้ออกนอกสนามมาแล้ว ซึ่งตอนนั้น แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ก็แจกแค่ใบเหลือง และไม่มีการลงโทษย้อนหลังเช่นกัน
  • โฟกัสเกมยุโรป: ผลงานส่วนตัวของ มาร์ติเนลลี่ ในฤดูกาลนี้ ลงเล่นไปแล้ว 43 นัดทุกรายการ กดไป 11 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ โดยหลังจากนี้ทัพปืนใหญ่ต้องรีบดึงสติกลับมา เพื่อลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มีคิวปะทะกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในวันอังคารนี้

มุมมอง CLUBUFA:
ถือเป็นความโชคดีของ มาร์ติเนลลี่ และอาร์เซน่อลแบบสุดๆ ครับ! ในจังหวะที่เกมตึงเครียดและทีมกำลังจะแพ้ การควบคุมอารมณ์คือสิ่งสำคัญที่สุด การไปลงไม้ลงมือกับผู้ตัดสินถือเป็นความเสี่ยงขั้นสุดที่อาจนำไปสู่ใบแดงโดยตรง ซึ่งถ้าโดนไล่ออกจังหวะนั้น การแบนยาว 3 นัดจะตามมาหลอกหลอนการลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายทันที การรอดตัวมาได้ด้วยช่องโหว่ของกฎที่ว่า “เปาแจกใบเหลืองไปแล้ว” ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ อาร์เตต้า ต้องเรียกนักเตะมาปรับทัศนคติเรื่องความนิ่งโดยด่วนครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว! ชี้แอ็กชัน “อาร์เตต้า” ทำนักเตะลนลาน

ธีโอ วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว หลังร่วงตกรอบเอฟเอคัพ พร้อมวิจารณ์แพสชันข้างสนามของ มิเกล อาร์เตต้า ที่อาจทำให้ลูกทีมกดดัน

สถานการณ์ในแคมป์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เริ่มมีกลิ่นทะแม่งๆ อีกแล้วครับ! หลังเพิ่งอกหักกระเด็นตกรอบฟุตบอล เอฟเอ คัพ ด้วยการพ่ายแพ้ให้กับทีมจากลีกรองอย่าง แชมเปี้ยนชิพ ไปแบบช็อกแฟนบอล งานนี้อดีตแนวรุกความเร็วสูงอย่าง ธีโอ วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว โดยเน้นย้ำว่าอย่าปล่อยให้ความผิดหวังซ้ำซากนี้มาทำลายผลงานที่อุตส่าห์ปูทางมาอย่างดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล

เจาะบทวิเคราะห์ วัลค็อตต์ เตือนสติอาร์เซน่อล ระวังฟอร์มเป๋ยาว ชี้ปัญหาเกิดจากซุ้มม้านั่งสำรอง

อ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อระดับท็อปอย่าง บีบีซี (BBC) ธีโอ วัลค็อตต์ ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงอดีตต้นสังกัดอย่างเห็นได้ชัด โดยเขามองว่าลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังเดินซ้ำรอยเดิมที่คุ้นเคยในอดีต (ช่วงปลายฤดูกาลที่มักจะฟอร์มรูด) และชี้เป้าไปที่บรรยากาศความตึงเครียดจากซุ้มม้านั่งสำรอง

สรุปประเด็นร้อนจากมุมมองของ ธีโอ วัลค็อตต์:

  • ห้ามปล่อยฤดูกาลหลุดมือ: วัลค็อตต์ กระตุ้นนักเตะปืนใหญ่ว่า “พวกเขาสร้างผลงานยอดเยี่ยมมาตลอดทั้งซีซั่น ต้องไม่ยอมให้ความพ่ายแพ้นี้มากระทบภาพรวม พวกเขาเคยตกอยู่ในสถานการณ์ฟอร์มตกแบบนี้มาก่อน และเชื่อว่าไม่มีใครอยากกลับไปเจอฝันร้ายแบบนั้นอีก”
  • แพสชันหรือความลนลาน?: อดีตปีกทีมชาติอังกฤษตั้งข้อสังเกตถึงปฏิกิริยาของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ข้างสนาม ว่าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล “เวลาคุณมองไปที่ อาร์เตต้า มันมีมวลพลังงานความกดดันจากปีก่อนๆ สะท้อนกลับเข้าไปในตัวนักเตะ มันเป็นพลังงานที่ประหม่าและตึงเครียดสุดๆ แถมสตาฟฟ์โค้ชหลายคนก็ออกมายืนกดดันตรงนั้นด้วย”
  • โค้ชเยอะ สั่งการแยะ: วัลค็อตต์ เปรียบเปรยสถานการณ์ข้างสนามว่า “มันเหมือนมีพ่อครัวอยู่ในครัวมากเกินไป” ข้อความและการสั่งการที่ถาโถมเข้าหานักเตะมีมากจนเกินพอดี ทำให้สูญเสียสมาธิ
  • ขาดการตอบสนอง: เขาทิ้งท้ายว่า ทุกคนคาดหวังจะเห็นปฏิกิริยาฮึดสู้ (Reaction) หลังจากที่ทีมเพิ่งผิดหวังมาจากนัดชิงฟุตบอลถ้วย (คาราบาว คัพ) แต่ในความเป็นจริง คืนนี้พวกเขากลับเล่นได้แย่ลงกว่าเดิมเสียอีก

มุมมอง CLUBUFA:
ถือเป็นคำวิจารณ์ที่ “แทงใจดำ” แต่ตรงจุดมากๆ ครับ! แพสชันของ มิเกล อาร์เตต้า คือดาบสองคม ในยามที่ทีมชนะ มันคือพลังบวกที่ยอดเยี่ยม แต่ในยามที่ทีมตกเป็นรองหรือเล่นผิดฟอร์ม แอ็กชันการโวยวายและสั่งการตลอดเวลาข้างสนาม มันกลับกลายเป็นการเพิ่ม “ความกดดัน” และ “ความลนลาน” ให้นักเตะในสนามเสียเอง การตกรอบบอลถ้วยติดๆ กันแบบนี้ ทัพปืนใหญ่ต้องรีบดึงสติกลับมาโฟกัสที่เกมพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีกโดยด่วน หากยังจมอยู่กับความผิดหวัง โอกาสจบฤดูกาลด้วยมือเปล่ามีสูงมากครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

ลุ้นไฟเขียว! เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี บู๊แมนซิตี้ รอบตัดเชือก

เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี เพื่อสวมลงสนามดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ

ทัพ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน กำลังเดินหน้าสร้างตำนานบทใหม่ในศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ก่อนที่จะลงทำศึกหนักในรอบรองชนะเลิศ มีรายงานด่วนระบุว่า เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี เป็นกรณีพิเศษ เพื่อใช้สวมใส่ลงดวลกับยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะขัดต่อกฎระเบียบของทัวร์นาเมนต์ก็ตาม

เจาะเบื้องหลัง เซาธ์แฮมป์ตัน ขอเอฟเอใส่เสื้อฉลอง 50 ปี เสื้อเกราะนำโชคขยี้เรือใบ

อ้างอิงข้อมูลเจาะลึกจากสื่อเทียร์ 1 อย่าง ‘ดิ แอธเลติก’ (The Athletic) ระบุว่า ทัพนักบุญกำลังยื่นเรื่องขออนุมัติจาก สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เพื่อขอสิทธิ์ใส่ชุดแข่งรุ่นลิมิเต็ดลงเตะในรอบตัดเชือก ซึ่งเสื้อตัวนี้เปรียบเสมือนเครื่องรางนำโชคและสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของสโมสร

สรุปประเด็นดราม่าและมนต์ขลังของเสื้อฉลอง 50 ปี:

  • ตำนานแชมป์ปี 1976: ชุดแข่งรุ่นพิเศษนี้ออกแบบมาเป็นสีเหลืองขลิบน้ำเงิน เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ที่สโมสรเคยผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ด้วยการล้ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 1976 ซึ่งถือเป็นถ้วยเมเจอร์เพียงใบเดียวในหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขา
  • เสื้อเกราะนำโชค: ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ทอนด้า เอคเคิร์ต เซาธ์แฮมป์ตัน เลือกใส่ชุดสีเหลืองนี้ลงบู๊ในฟุตบอลถ้วยมาตลอด และทำสถิติชนะรวด 100%! ไล่ตั้งแต่การเชือด ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส, เลสเตอร์ ซิตี้, ฟูแล่ม และล่าสุดคือการหักปากกาเซียนโค่นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล
  • ติดหล่มกฎเอฟเอ: ปัญหาเดียวคือ กฎของเอฟเอคัพระบุไว้ชัดเจนว่า ตั้งแต่รอบรองชนะเลิศเป็นต้นไป ทุกทีมจะต้องสวม “ชุดแข่งที่ลงทะเบียนไว้ก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น” (ชุดเหย้า, เยือน หรือชุดที่ 3) ซึ่งชุดฉลองครบรอบนี้ไม่ได้รวมอยู่ในลิสต์ สโมสรจึงต้องยื่นเรื่องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ
  • สมาคมฯ พร้อมอะลุ่มอล่วย: ข่าวดีคือทาง เอฟเอ มีความเข้าใจถึงคุณค่าทางจิตใจของชุดแข่งตัวนี้ และพร้อมที่จะหารือเพื่อหาทางออกที่ลงตัวให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในการลงฟาดแข้งกับ แมนฯ ซิตี้

มุมมอง CLUBUFA:
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่กิมมิกการตลาด แต่เป็น “จิตวิทยา” ล้วนๆ ครับ! ฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ มักมีเรื่องของ “มนต์ขลัง” และ “ปาฏิหาริย์” เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ การได้ใส่ชุดที่พวกเขาสวมแล้วชนะรวดมาตลอดย่อมสร้างความฮึกเหิมและเพิ่มพลังแฝงให้นักเตะทัพนักบุญได้มหาศาล การดวลกับทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในลีกอย่าง แมนฯ ซิตี้ ทีมรองบ่อนจำเป็นต้องใช้ทุกยุทธวิธีเพื่อสร้างความมั่นใจ หากเอฟเอไฟเขียวให้ใส่ชุดนี้ลงสนาม รับรองว่านักเตะเซาธ์แฮมป์ตันจะวิ่งสู้ฟัดถวายหัวแบบลืมตาย เพื่อสานต่อตำนานปี 1976 แน่นอนครับ!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง! รอดแบนหวุดหวิด คดีผลักเชิ้ตดำศึกเอฟเอคัพ

เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง จากกรณีที่ปีกอาร์เซน่อลไปใช้มือผลักผู้ตัดสินในศึกเอฟเอคัพ จนเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก

กลายเป็นประเด็นเดือดปุดๆ ควันหลงหลังเกม เอฟเอ คัพ นัดช็อกโลกที่ทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล พลาดท่าบุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 เมื่อมีแถลงการณ์ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง จากวีรกรรมสุดห้าวที่ดาวเตะบราซิเลียนไปลงไม้ลงมือผลักผู้ตัดสินในสนาม จนทำเอาคนในวงการเชิ้ตดำถึงกับควันออกหู!

สรุปดราม่า เอฟเอ ไม่ลงโทษ มาร์ตินเนลลี่ ย้อนหลัง ค้านสายตาอดีตเชิ้ตดำจวกยับ

เหตุการณ์สุดดราม่านี้เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 94 เมื่อ กาเบรียล มาร์ตินเนลลี่ ปีกตัวรุกของอาร์เซน่อล เกิดอาการหัวเสียและรีบร้อนจะเข้าไปเล่นลูกฟรีคิกเร็ว จนถึงขั้นใช้มือผลัก แซม บาร์รอตต์ ผู้ตัดสินที่ยืนขวางทางอยู่ให้พ้นทาง ซึ่งจังหวะนั้นท่านเปาได้ควักใบเหลืองตักเตือนเขาทันที แต่หลายฝ่ายก็ยังกังวลและกดดันให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เข้ามาจัดการลงดาบแบนย้อนหลัง

สรุปประเด็นดราม่าและการรอดตัวของ มาร์ตินเนลลี่:

  • กฎคุ้มครอง: สาเหตุหลักที่ เอฟเอ ไม่สามารถขยับตัวเอาผิดย้อนหลังได้ เป็นเพราะกฎระบุไว้ว่า หากผู้ตัดสินในสนามมองเห็นเหตุการณ์และทำการตัดสินใจแจกบทลงโทษ (ใบเหลือง) ไปเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการวินัยจะไม่สามารถก้าวล่วงเข้าไปเปลี่ยนคำตัดสินซ้ำซ้อนได้
  • อดีตเปาจวกเละ: มาร์ค ฮัลซี่ย์ อดีตผู้ตัดสินชื่อดังแห่งพรีเมียร์ลีก ออกมาสับแหลกถึงพฤติกรรมนี้ว่า “มาร์ตินเนลลี่ ขาดความเคารพอย่างรุนแรง คุณไม่มีสิทธิ์เอามือไปแตะต้องตัวผู้ตัดสินด้วยซ้ำ แซมทำหน้าที่ได้ดีมาทั้งเกม แต่การไม่ชูใบแดงไล่ออกในจังหวะนี้ ถือเป็นการส่งข้อความที่เลวร้ายไปสู่ผู้ตัดสินระดับรากหญ้าทั่วประเทศ”
  • องค์กรผู้ตัดสินเดือด: ทางด้าน “Ref Support UK” องค์กรการกุศลที่คอยซัพพอร์ตผู้ตัดสิน ก็ออกมาเรียกร้องให้เอฟเอเทกแอ็กชันอย่างจริงจัง โดยมองว่านี่คือการทิ้งโอกาสทองในการสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง และฟุตบอลไม่ควรปล่อยผ่านพฤติกรรมไสส่งเชิ้ตดำแบบนี้
  • รอดตัวครั้งที่สอง: ที่น่าสนใจคือ นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ในซีซั่นนี้แล้วที่ มาร์ตินเนลลี่ รอดพ้นจากการโดนแบนย้อนหลัง โดยก่อนหน้านี้เขาเคยไปก่อวีรกรรมผลัก คอเนอร์ แบรดลี่ย์ ฟูลแบ็กของลิเวอร์พูล จนกระเด็นออกนอกสนามในขณะที่คู่แข่งมีอาการบาดเจ็บมาแล้ว

มุมมอง CLUBUFA:
ถือว่าบุญหล่นทับรับโชคไปเต็มๆ ครับสำหรับ มาร์ตินเนลลี่ และทัพปืนใหญ่! ปกติแล้วกฎเหล็กของพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคือ “ห้ามคุกคามหรือถูกเนื้อต้องตัวผู้ตัดสินเด็ดขาด” จังหวะนี้ถ้า แซม บาร์รอตต์ มองว่าเป็นการคุกคามและชูใบแดงโดยตรง มาร์ตินเนลลี่โดนแบนยาว 3 นัดแน่นอน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายของอาร์เซน่อลแบบมหาศาล การที่ท่านเปาใจดีแจกแค่ใบเหลือง เลยกลายเป็นยันต์กันผีชั้นดีที่ทำให้เอฟเอไม่สามารถลงดาบซ้ำได้ งานนี้อาร์เตต้าต้องเรียกนักเตะมาอบรมเรื่องการควบคุมอารมณ์ด่วนเลยครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เจาะลึก สาเหตุ อาร์เซน่อล ฟอร์มเป๋ช่วงลุ้นแชมป์ โค้งสุดท้าย! แฟนปืนผวาซ้ำรอยมือเปล่า

เจาะลึก สาเหตุ อาร์เซน่อล ฟอร์มเป๋ช่วงลุ้นแชมป์ ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล หลังพลาดท่าแพ้ติดต่อกันในฟุตบอลถ้วย

สาวก “กูนเนอร์ส” คงเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบกันอีกครั้ง! เมื่อภาพจำแห่งความผิดหวังในอดีตกำลังจะตามมาหลอกหลอน ฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความหวังและความร้อนแรง กลับดูเหมือนมีรอยร้าวเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตา ความพ่ายแพ้ต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อคืนวันเสาร์ ถือเป็นเรื่องช็อกในฟุตบอลถ้วย แต่มันก็ตอกย้ำให้เห็นว่า ทัพปืนใหญ่มักจะสะดุดขาตัวเองเสมอเมื่อความกดดันถาโถมเข้ามา

เปิด 4 สาเหตุ อาร์เซน่อล ฟอร์มเป๋ช่วงลุ้นแชมป์ พร้อมวิธีพลิกวิกฤตของอาร์เตต้า

แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า พ่ายแพ้ 2 นัดติดต่อกัน (พ่าย แมนฯ ซิตี้ ในนัดชิงคาราบาวคัพ และพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน) แต่สถิติและรูปเกมในสนามชี้ชัดว่า มีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับทีมชุดนี้ ซึ่งสามารถสรุปประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้

  • ความผิดพลาดส่วนบุคคลทวีคูณ: จากสถิติช่วงเดือนสิงหาคมถึงธันวาคม (28 นัด) อาร์เซน่อลพลาดจนเสียประตูแค่ครั้งเดียว! แต่หลังจากเข้าสู่เดือนมกราคมเป็นต้นมา (23 นัด) พวกเขาเสียประตูจากความผิดพลาดส่วนบุคคลไปแล้วถึง 8 ประตู ไม่ว่าจะเป็นจังหวะกะจังหวะโหม่งพลาดของ เบน ไวท์, ความผิดพลาดของ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ในนัดชิงลีกคัพ หรือแม้แต่การวิ่งชนกันเองของ ดาบิด ราย่า กับ กาเบรียล มากัลเญส ในเกมพบวูล์ฟส์ สิ่งเหล่านี้ทำลายความฝันลุ้น 4 แชมป์ ให้เหลือแค่ 2 แชมป์ในเวลาเพียง 180 นาที
  • ความกดดันที่บีบหัวใจทุกนัด: แม้ในพรีเมียร์ลีกจะมีแต้มนำจ่าฝูงเป็นเบาะรองรับถึง 9 คะแนน แต่การถูก แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เครื่องกำลังร้อนระอุ (เพิ่งอัดลิเวอร์พูล 4-0) หายใจรดต้นคอ ทำให้ทุกเกมจากนี้ของอาร์เซน่อลให้ความรู้สึกเหมือน “นัดชิงชนะเลิศ” ซึ่งความกดดันมหาศาลนี้เองที่ทำให้นักเตะเริ่มออกอาการเป๋ แม้ อาร์เตต้า จะออกมากางปีกปกป้องลูกทีม แต่เขาก็ไม่สามารถลงไปเตะสกัดบอลแทนนักเตะที่พลาดเองได้
  • คู่แข่งเริ่มจับทางได้: สภาพจิตใจที่เปราะบางบวกกับแท็กติกที่เริ่มถูกถอดรหัส คู่แข่งเริ่มรู้แล้วว่าการ “เปิดเกมรุกแลก” คือวิธีเจาะเกราะปืนใหญ่ เซาธ์แฮมป์ตัน เล่นแบบไร้ความกลัว ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็บดขยี้ในครึ่งหลังจนอาร์เซน่อลต้องถอยไปรับลึก เกมรุกที่เคยดุดันกลับตื้อตันจนต้องพึ่งพาเพลย์เมกเกอร์วัย 16 ปี อย่าง แม็กซ์ ดาวแมน สถิติฟ้องชัดเจนว่า 6 ครั้งหลังสุดที่คู่แข่งยิงตรงกรอบ พวกเขาเสียไปถึง 4 ประตู ตรงข้ามกับแนวรุกปืนใหญ่ที่ยิงตรงกรอบ 10 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้แค่ลูกเดียว
  • จุดเปลี่ยนที่ต้องคว้าใน แชมเปี้ยนส์ ลีก: ทางรอดเดียวที่จะดึงโมเมนตัมกลับมา คือต้องคืนฟอร์มเก่งในแมตช์ดวล สปอร์ติ้ง ลิสบอน (รอบก่อนรองชนะเลิศ) วันอังคารนี้ ทว่าปัญหาใหญ่คืออาการบาดเจ็บของ มากัลเญส รวมถึงต้องรอเช็กฟิตคีย์แมนอย่าง เยอร์เรียน ทิมเบอร์, บูกาโย่ ซาก้า, เดแคลน ไรซ์ และ เอเบเรชี่ เอเซ่ ซึ่งถ้าตัวหลักไม่พร้อม สปอร์ติ้ง ก็พร้อมที่จะเจาะจุดอ่อนและเขี่ยพวกเขาตกรอบเช่นกัน

มุมมอง CLUBUFA:
ปัญหาของอาร์เซน่อลยุคนี้ไม่ใช่เรื่อง “ฝีเท้า” แต่เป็นเรื่องของ “Mindset” ล้วนๆ ครับ! ช่วงต้นฤดูกาลที่เล่นแบบไร้ความกดดัน พวกเขาคือทีมที่ไร้เทียมทาน แต่พอถึงโค้งสุดท้ายที่ทุกแต้มคือการตัดสินแชมป์ อาการ “ขาสั่น” ก็เริ่มกลับมาให้เห็นอีกครั้ง แมนฯ ซิตี้ มี DNA ของความเป็นผู้ชนะที่เสถียรกว่ามาก หาก มิเกล อาร์เตต้า ไม่สามารถปลดล็อกความกดดันและเรียกสมาธิลูกทีมกลับมาได้โดยด่วน โอกาสที่จะจบฤดูกาลด้วยมือเปล่าเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ก็มีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียวครับ!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เปิดประวัติ ทอนดา เอ็คเกิร์ต กุนซือเซาแธมป์ตัน จากคนจัดเรตติ้งเกม FIFA สู่โค้ชล้มอาร์เซน่อล

ทอนดา เอ็คเกิร์ต กุนซือเซาแธมป์ตัน ผู้อยู่เบื้องหลังการพาทีมล้มอาร์เซน่อลในศึกเอฟเอคัพ และเคยเป็นทีมงานจัดเรตติ้งนักเตะในเกม FIFA

วงการลูกหนังอังกฤษต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง! เมื่อ เซาแธมป์ตัน ทีมอันดับ 7 จากศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ หักปากกาเซียนทุกสำนักด้วยการเปิดรัง เซนต์ แมร์รี่ส์ เขี่ยจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ ไปด้วยสกอร์ 2-1 ซึ่งเครดิตทั้งหมดต้องยกให้กับหัวจิตหัวใจของนักเตะ และกึ๋นของ ทอนดา เอ็คเกิร์ต กุนซือเซาแธมป์ตัน วัยเพียง 33 ปี แต่ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของกุนซือชาวเยอรมันรายนี้ จะมีสตอรี่สุดพีกซ่อนอยู่!

เจาะลึกเส้นทางลูกหนัง ทอนดา เอ็คเกิร์ต กุนซือเซาแธมป์ตัน และวีรกรรมอัปค่าพลังในเกม FIFA

ก่อนที่ ทอนดา เอ็คเกิร์ต จะก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือไฟแรงที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เส้นทางฟุตบอลของเขาไม่ได้เริ่มต้นสวยหรูบนผืนหญ้า แต่กลับถูกหล่อหลอมผ่านจอคอมพิวเตอร์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

สมัยเป็นนักเตะเยาวชนกับ อูนิโอน เบอร์ลิน (เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์) เอ็คเกิร์ต รู้ตัวไวว่าเขาไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านฝีเท้าที่โดดเด่น จึงตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 17 ปี และเบนเข็มไปเอาดีด้านการวิเคราะห์เกมอย่างเต็มตัว

สรุปไทม์ไลน์เส้นทางจากนักวิเคราะห์สู่กุนซือยอดฝีมือ:

  • สายวิเคราะห์ตัวท็อป: วัย 19 ปี เขาย้ายไปเรียนที่โคโลญจน์ และฉายแววเก่งจนได้เข้าไปเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลให้กับทีมชาติเยอรมัน ชุดลุยศึกยูโร 2012 และฟุตบอลโลก 2014
  • จุดเริ่มต้นงานโค้ช: เก็บเลเวลด้วยการเป็นแมวมองให้ ฟอร์ทูน่า โคโลญจน์ (ดิวิชั่น 4) ก่อนขยับไปคุมทีมเยาวชน U17 ของ เอฟซี โคโลญจน์
  • คนจัดเรตติ้ง FIFA: ไฮไลต์สุดพีกคือการได้ร่วมงานกับค่ายเกมยักษ์ใหญ่ EA Sports ที่ศูนย์ปฏิบัติการเมืองโคโลญจน์ โดยรับหน้าที่ประเมินและจัดค่าพลัง (Rating) ให้กับนักเตะท้องถิ่นในเกม FIFA ซึ่งเจ้าตัวแอบเผยวีรกรรมขำๆ กับสื่ออย่าง The Guardian ว่า “ตอนนั้นนักเตะชุดใหญ่หลายคนพากันมาตื๊อให้ผมอัปค่าพลังให้หน่อย อย่าง จอห์น บรูคส์ ที่เป็นเพื่อนสนิท ผมก็แอบช่วยดันพลังขึ้นมานิดนึงเหมือนกัน!”
  • เรียนรู้วิชาจากยอดคน: หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปทำงานกับระบบเยาวชนของ ซัลบวร์ก และ ไลป์ซิก ทำให้ได้ซึมซับวิชาจากปรมาจารย์อย่าง ราล์ฟ รังนิค และ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิล ก่อนจะไปจบที่ บาเยิร์น มิวนิค
  • จุดเปลี่ยนกับทัพนักบุญ: ปี 2025 เซาแธมป์ตัน ดึงตัวเขามาคุมทีม U21 ก่อนจะถูกดันขึ้นขัดตาทัพชุดใหญ่แทน วิลล์ สติลล์ ที่ถูกปลด และผลงานก็ประจักษ์ชัดด้วยการพาทีมไร้พ่าย 15 นัดติด ลุ้นเลื่อนชั้นเต็มตัว และทะลุถึงรอบรองฯ เอฟเอ คัพ ได้อย่างสง่างาม

มุมมอง CLUBUFA:
นี่คือตัวอย่างของ “คนรุ่นใหม่” ในวงการฟุตบอลยุค Data-Driven อย่างแท้จริงครับ! การที่ เอ็คเกิร์ต เคยทำงานคลุกคลีกับสถิติและค่าพลังนักเตะในเกม FIFA ทำให้เขามีทักษะการมองทะลุถึง “จุดเด่น-จุดด้อย” ของนักเตะแต่ละคนได้อย่างเฉียบขาด เมื่อนำเอาความละเอียดระดับเกมเมอร์มาผสมผสานกับแท็กติกเพรสซิ่งหนักหน่วงสไตล์เยอรมันที่เรียนรู้มาจากรังนิค จึงไม่แปลกใจเลยที่เขาจะสามารถวางหมากปิดตายปืนใหญ่ได้อยู่หมัด นี่คือกุนซือแห่งอนาคตที่วงการลูกหนังต้องจับตามองยาวๆ ครับ!

แหล่งที่มา:sportingnews
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ! ย้อนตำนาน 50 ปีโค่นปืนร่วงเอฟเอคัพ

เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ ในแมตช์ที่เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซน่อล ศึกเอฟเอคัพ เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี แชมป์ประวัติศาสตร์ปี 1976

กลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลให้ความสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขันเลยครับ! สำหรับแมตช์พลิกล็อกช็อกโลกในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ทัพ “นักบุญ” เปิดบ้านหักหอก “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ไปได้ 2-1 โดยมีภาพจำที่หลายคนสงสัยคือ เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ ลงทำการแข่งขันในแมตช์นี้ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันครับ

เจาะเบื้องลึก เหตุผล เซาธ์แฮมป์ตัน ใส่เสื้อเหลืองไร้ชื่อ ฉลองแชมป์ประวัติศาสตร์ปี 1976

เกมนี้ลูกทีมของ รัสเซลล์ มาร์ติน โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดสะเด่า โดยได้ประตูออกนำไปก่อนจาก รอสส์ สจ๊วร์ต ในนาทีที่ 35 แม้ปืนใหญ่จะตามตีเสมอได้จาก วิคเตอร์ โยเคเรส นาทีที่ 68 แต่ท้ายที่สุดก่อนหมดเวลาแค่ 5 นาที เช ชาร์ลส์ ก็มาสวมบทฮีโร่ตะบันประตูชัยพานักบุญทะลุเข้ารอบได้อย่างยิ่งใหญ่

ทว่าสิ่งที่เตะตาแฟนบอลสุดๆ คือชุดแข่งสไตล์เรโทรสีเหลืองอ่อนที่ไม่มีการปักชื่อนักเตะไว้ด้านหลัง ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาใส่ชุดนี้ลุยศึกเอฟเอ คัพ มาตั้งแต่รอบ 3 (ชนะดอนคาสเตอร์), รอบ 4 (ชนะเลสเตอร์), รอบ 5 (ชนะฟูแล่ม) จนมาถึงแมตช์ล้มปืนใหญ่ล่าสุด

ไขข้อกังขาความขลังของชุดแข่งสีเหลือง:

  • ฉลองวาระพิเศษ: ชุดแข่งนี้ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้เฉพาะในฟุตบอลถ้วยรายการนี้เท่านั้น จุดประสงค์หลักคือการฉลองครบรอบ 50 ปี ที่สโมสรผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 1976
  • ย้อนรอยนัดชิงล้มผี: ในปี 1976 ทัพนักบุญสวมชุดแข่งสีเหลืองแบบเดียวกันนี้ ลงเตะในนัดชิงชนะเลิศและสามารถหักปากกาเซียนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 1-0 ซึ่งนั่นคือแชมป์เอฟเอ คัพ เพียงสมัยเดียวในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร
  • เกียรติยศสูงสุด: เกร็ก เบเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของทีม ยืนยันว่าชัยชนะในปี 1976 คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร การทำชุดแข่งนี้ขึ้นมาจึงเป็นการยกย่องนักเตะ แฟนบอล และประเพณีอันทรงคุณค่าของทีม
  • ของมันต้องมี: แม้เสื้อแข่งที่นักเตะใส่ลงสนามจะมีโลโก้สปอนเซอร์คาดอกอย่าง P&O Cruises แปะอยู่ แต่ทางสโมสรได้เอาใจสายเรโทรด้วยการเปิดขายเสื้อเวอร์ชัน “คลีนๆ” แบบไม่มีโลโก้ใดๆ แปะเลยผ่านทางช่องทางออนไลน์ให้แฟนบอลได้ตามเก็บสะสมกันด้วย

มุมมอง CLUBUFA:
การดึงเอา “มนต์ขลัง” จากหน้าประวัติศาสตร์กลับมาใช้ ถือเป็นกุศโลบายทางจิตวิทยาที่ยอดเยี่ยมมากครับ! การสวมเสื้อที่อัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งแชมป์เปี้ยนลงสนาม ย่อมทำให้นักเตะฮึกเหิมและวิ่งสู้ฟัดแบบลืมตาย ผลงานล้มยักษ์อย่างอาร์เซน่อลได้สำเร็จคือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า มนต์ขลังของเสื้อเหลืองปี 1976 ยังคงความศักดิ์สิทธิ์และพร้อมจะสร้างปาฏิหาริย์ในเอฟเอ คัพ ซีซั่นนี้ได้อีกครั้งแน่นอน!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล! เซ่นพ่ายนักบุญ ส่อชวดลุย ชปล.

อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล มากัลเญส กองหลังอาร์เซน่อลที่ได้รับบาดเจ็บในศึกเอฟเอ คัพ

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดแบบเต็มๆ สำหรับทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล! หลังเพิ่งกระเด็นตกรอบ เอฟเอ คัพ ด้วยการบุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ล่าสุด มิเกล อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังตัวเก่งที่โชคร้ายเจ็บเข่าจนเล่นต่อไม่ไหว และอาจส่งผลกระทบถึงโปรแกรมยุโรปกลางสัปดาห์นี้

เจาะบทสัมภาษณ์ อาร์เตต้า รับห่วงอาการบาดเจ็บ กาเบรียล หลังปืนใหญ่ร่วงเอฟเอ คัพ

สถานการณ์ของอาร์เซน่อลในช่วงนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงหนักมากครับ ก่อนช่วงเบรกทีมชาติ พวกเขาก็เพิ่งอกหักพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ มาหมาดๆ และล่าสุดก็ต้องมาจบเส้นทางในถ้วยเอฟเอ คัพ ไปอีกหนึ่งรายการ

แต่วิกฤตที่ใหญ่กว่าผลการแข่งขัน คือการเสียนักเตะแกนหลักอย่าง กาเบรียล มากัลเญส ที่ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงในเกมนี้ ทว่าในช่วงกลางครึ่งหลัง เจ้าตัวกลับมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าจนต้องถูกถอดออกจากสนาม และภาพจับได้ว่าต้องใช้น้ำแข็งประคบเอาไว้ตลอดเวลา

สรุปอัปเดตอาการบาดเจ็บจากปาก มิเกล อาร์เตต้า:

  • ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี สปอร์ต: กุนซือปืนใหญ่ออกมาอัปเดตเบื้องต้นว่า “เขาไม่สามารถฝืนลงเล่นต่อไปได้ ดังนั้นทีมแพทย์ของเราจำเป็นต้องประเมินอาการของเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง”
  • แถลงข่าวหลังเกม: อาร์เตต้า ยอมรับตรงๆ ว่ากังวลกับสถานการณ์นี้ โดยระบุว่า “ผมยังไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัด เขารู้สึกเจ็บอะไรบางอย่าง แต่การที่นักเตะส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัวออกเอง มันไม่ใช่ข่าวดีสำหรับทีมเลยจริงๆ”
  • โปรแกรมสุดโหดรออยู่: อาการเดี้ยงของแนวรับชาวบราซิเลียนถือเป็นข่าวร้ายสุดๆ เพราะทัพปืนใหญ่มีคิวต้องลงทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รับมือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในวันอังคารนี้ ซึ่งอาจจะหมดสิทธิ์ใช้งานเขาค่อนข้างแน่

มุมมอง CLUBUFA:
ถือเป็นช่วงเวลา “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” ของ มิเกล อาร์เตต้า อย่างแท้จริงครับ! นักเตะพากันถอนตัวจากทีมชาติก็เยอะแล้ว แผงหลังยังต้องมาเสีย กาเบรียล มากัลเญส ไปอีกคน ทำให้เกมรับปืนใหญ่ยวบยาบแน่นอน การที่เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่งถึงขั้นขอเปลี่ยนตัวออกเอง แปลว่าอาการที่เข่าต้องไม่ธรรมดา หากหายไม่ทันดวล สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือเป็นโจทย์หินระดับสิบกะโหลกที่อาร์เตต้าต้องเร่งหาแผนสำรองมาอุดรอยรั่วนี้ให้ไวที่สุดเพื่อรักษาเส้นทางลุ้นแชมป์ที่เหลืออยู่!

แหล่งที่มา:THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ! ลั่นไม่ขอด่าลูกทีม ขอปกป้องสู้ต่อโค้งสุดท้าย

อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ หลังบุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 พร้อมปลุกใจสู้ต่อ

ยืดอกรับจบคนเดียวสไตล์ยอดกุนซือ! หลังจากที่ทัพ “ปืนใหญ่” พลาดท่าพ่ายแพ้จนชวดลุ้นทริปเบิ้ลแชมป์ มิเกล อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ แบบแมนๆ ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ขอปริปากวิจารณ์ลูกทีมแม้แต่คำเดียว พร้อมปลุกเร้าให้แข้งปืนโตเชิดหน้าลุกขึ้นสู้ต่อในโปรแกรมสุดเดือดที่เหลืออยู่

เจาะบทสัมภาษณ์ อาร์เตต้า รับผิดชอบ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ หลังบุกพ่ายนักบุญ 1-2

ควันหลงศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ทัพปืนใหญ่บุกไปเยือน เซนต์ แมรี่ส์ ก่อนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 โดยเกมนี้พวกเขาไล่ตามตีเสมอ 1-1 ได้แล้ว แต่มาพลาดท่าโดนทีเด็ดเจ้าถิ่นเจาะตาข่ายในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้กระเด็นตกรอบฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกไปอย่างเจ็บปวด และเป็นการปิดประตูความหวังในการคว้า 3 แชมป์ฤดูกาลนี้ลงเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม มิเกล อาร์เตต้า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ปกป้องลูกทีมแบบสุดตัว โดยปฏิเสธที่จะโยนความผิดให้ใครทั้งสิ้น

สรุปวาทะเด็ดกุนซือปืนใหญ่หลังเกมร่วงเอฟเอ คัพ:

  • ปกป้องลูกทีมเต็มที่: กุนซือชาวสแปนิชย้ำว่าเขารักลูกทีมทุกคน และจะไม่ด่าทอหรือวิจารณ์พวกเขาเด็ดขาด เพราะทุกคนทุ่มเทสุดตัวมาตลอด 9 เดือนเต็ม บางคนยอมฝืนสภาพร่างกายลงสนามทั้งที่ไม่จำเป็นต้องลงเล่นในเกมนี้ด้วยซ้ำ
  • ยืดอกรับผิดคนเดียว: อาร์เตต้า ประกาศชัดเจนว่า เขาพร้อมปกป้องลูกทีมมากกว่าที่เคยทำ และหากต้องมีใครสักคนที่รับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ “คนนั้นก็คือผมเอง”
  • ปลุกใจสู้โค้งสุดท้าย: บอสใหญ่ปืนโตมองว่านี่คือบททดสอบสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อทีมต้องลงเตะในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ควบคู่ไปกับการเบียดแย่งแชมป์ลีก เขาจี้ให้ลูกทีมเชิดหน้าขึ้น ยืนหยัดด้วยความมั่นใจ และโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนที่ทำมาตลอดทั้งซีซั่นให้ได้

มุมมอง CLUBUFA:
การเทกแอ็กชันของ อาร์เตต้า ในครั้งนี้คือ “จิตวิทยาชั้นยอด” สำหรับการบริหารคนครับ! การออกมารับหน้าและเป็นเกราะกำบังให้ลูกทีมหลังตกรอบ ถือเป็นการซื้อใจนักเตะแบบเต็มๆ การตกรอบเอฟเอ คัพ อาจจะน่าเสียดาย แต่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าอย่างแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีกยังรออยู่เบื้องหน้า การรักษาสปิริตในห้องแต่งตัวไม่ให้พังทลายหลังความพ่ายแพ้ คือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะตัดสินว่า อาร์เซน่อล จะกลับมาผงาดกวาดความสำเร็จในโค้งสุดท้ายได้ตามเป้าหมายหรือไม่!

แหล่งที่มา:Siamsport
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก