จากรายงานข่าว เจด สเปนซ์ แบ็กขวาตัวเก่งทีมชาติอังกฤษ ได้แสดงท่าทีชัดเจนไม่จับมือกับ โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางทีมชาติกานา ก่อนเริ่มเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกที่ทั้งสองทีมเผชิญหน้ากัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสนใจอย่างมากในหมู่นักเตะและแฟนบอลที่ติดตามชมการแข่งขัน
ชนวนเหตุที่ทำให้ “สเปนซ์ ปาร์เตย์” ไม่จับมือ
ปาร์เตย์ ซึ่งกำลังเดินทักทายผู้เล่นจากทีมสิงโตคำรามตามธรรมเนียม แต่สเปนซ์ ฟูลแบ็กจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กลับเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการยื่นมือไปจับกับอดีตกองกลางอาร์เซน่อลวัย 33 ปี โดยที่เพื่อนร่วมทีมอังกฤษรายอื่นๆ ยังคงทักทายเขาตามปกติ ไม่ว่าจะด้วยการจับมือหรือชนหมัด สาเหตุหลักที่คาดการณ์กันคือประเด็นคดีส่วนตัวของมิดฟิลด์ชาวกานา ซึ่งเขาถูกตั้งข้อหาข่มขืน 5 กระทง และล่วงละเมิดทางเพศอีก 1 กระทงเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนจะมีข้อหาข่มขืนเพิ่มอีก 2 กระทงในเดือนกุมภาพันธ์ แม้เจ้าตัวจะยังคงยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ บรรดาแฟนบอลทีมชาติอังกฤษในสนามยังร่วมกันส่งเสียงโห่ใส่เขาทุกครั้งที่สัมผัสบอล เจค พรายอร์ แฟนบอลวัย 28 ปี ได้เปิดเผยก่อนเกมว่าแฟนบอลมีแผนที่จะโห่ใส่นักเตะรายนี้ และไม่เห็นด้วยที่ผู้เล่นอังกฤษจะจับมือกับเขา ขณะที่ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ได้แสดงความเห็นว่าไม่ต้องการให้ประเด็นนอกสนามมาปะปนกับเกม โดยเน้นย้ำว่าทีมฟุตบอลที่มาแข่งขันฟุตบอลโลกควรเป็นเพียงทีมฟุตบอล ไม่ใช่เครื่องมือในการแสดงออกทางการเมืองหรือต้นแบบทางการเมือง
ในมุมมองของ CLUBUFA การกระทำของ เจด สเปนซ์ สะท้อนถึงประเด็นทางจริยธรรมที่ละเอียดอ่อนในวงการฟุตบอล แม้ผู้จัดการทีมจะต้องการแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเกม แต่การตัดสินใจของนักเตะแต่ละคนก็เป็นสิ่งที่ต้องเคารพ และเหตุการณ์นี้ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์และความรู้สึกของแฟนบอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้