clubufa.tv

เบลเยี่ยม แชมป์กลุ่มบอลโลก หลังถล่มนิวซีแลนด์ 5-1

เบลเยี่ยม แชมป์กลุ่มบอลโลก หลังถล่มนิวซีแลนด์ 5-1

ทีมชาติเบลเยี่ยมโชว์ฟอร์มเหนือชั้นเอาชนะนิวซีแลนด์ไปอย่างขาดลอย 5-1 ทำให้พวกเขาผงาดขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่มจีในศึกฟุตบอลโลกได้อย่างน่าประทับใจ การคว้าชัยในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อียิปต์ทำได้แค่เสมอกับอิหร่านในอีกคู่หนึ่ง

เบลเยี่ยม แชมป์กลุ่มบอลโลก โชว์ฟอร์มดุ

นิวซีแลนด์ที่เก็บได้เพียง 1 แต้มจากสองเกมแรก ลงสนามโดยมีคริส วู้ดเป็นตัวความหวังในแนวรุก ขณะที่เบลเยี่ยมซึ่งเสมอมาสองนัดติด จัดทัพเต็มอัตราศึกด้วยขุมกำลังอย่างเควิน เดอ บรอยน์, เฌเรมี โดกู และเลอันโดร ทรอสซาร์ แม้จะครองเกมบุกอย่างต่อเนื่อง เบลเยี่ยมก็ต้องรอถึงนาทีที่ 28 กว่าจะได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมที่เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูเดียวในครึ่งแรก เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 5 นาที ทรอสซาร์ก็มาบวกประตูที่สองให้กับทีมได้สำเร็จ และในนาทีที่ 66 ทีมปีศาจแดงยุโรปก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 3-0 อย่างไรก็ตาม นิวซีแลนด์ไม่ยอมแพ้และมาตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 84 จากเอไลจาห์ จัสต์ แต่โรเมลู ลูกากู ตัวสำรองและอเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ก็มาช่วยกันยิงคนละประตูในช่วงท้าย ทำให้เบลเยี่ยมปิดเกมด้วยสกอร์ 5-1 พร้อมคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง

ในมุมมองของ CLUBUFA ฟอร์มการเล่นของเบลเยี่ยมในเกมนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริง โดยเฉพาะการจบสกอร์ที่เฉียบคมและความสามารถในการสร้างสรรค์เกมรุก การคว้าแชมป์กลุ่มในลักษณะนี้ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในรอบ 32 ทีมสุดท้าย

แหล่งที่มา: THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก

เบลเยี่ยม เสมอ อิหร่าน 10 ตัวเจาะไม่เข้า ไร้สกอร์

เบลเยี่ยม เสมอ อิหร่าน 10 ตัวเจาะไม่เข้า ไร้สกอร์

ทีมชาติเบลเยี่ยมแม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนาม แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของอิหร่านได้ ส่งผลให้จบเกมด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม ทำให้ตอนนี้มี 2 คะแนนเท่ากันจากการลงสนาม 2 นัดแรก

เบลเยี่ยม เสมอ อิหร่าน แม้เหลือ 10 คน แต่ยังได้แต้ม

ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปเริ่มเกมด้วยการเดินหน้าบุกทันที โดยมีโอกาสจาก เควิน เดอ บรอยน์ ในนาทีที่ 8 และนาทีถัดมา เลอันโดร ทรอสซาร์ ก็เปิดให้ มักซิม เดอ คุยเปอร์ ยิงติดเซฟนายทวารอิหร่าน อาลีเรซ่า ไบรานแวนด์ ทางฝั่งอิหร่านก็มีโอกาสตอบโต้เช่นกันในนาทีที่ 14 จาก ฮอสเซียน โคนานี่ ที่ยิงไปติดเซฟของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ อย่างหวุดหวิด ต่อมาในนาทีที่ 27 อิหร่านได้เฮเก้อเมื่อ เมห์ดี้ ตาเรมี่ ยิงประตูเข้าไปได้ แต่ถูก VAR ริบคืนเนื่องจากล้ำหน้า ในช่วงท้ายครึ่งแรก เบลเยี่ยมยังคงสร้างสรรค์โอกาสอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกโหม่งของ โรเมลู ลูกากู และการยิงของ เดอ คุยเปอร์ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ไบรานแวนด์ จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0

ในมุมมองของ CLUBUFA ผลเสมอในเกมนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับทั้งสองทีมที่ต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นเข้ารอบต่อไป การที่เบลเยี่ยมเหลือ 10 คนแล้วยังสามารถยันเสมอไว้ได้ ถือเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม แม้จะยังขาดความเฉียบคมในการทำประตู

แหล่งที่มา: THSPORT
ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ คลิก